![]() |
||||||||
ประวัติและเรื่องราวฉบับย่อของ องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
อนุสรณ์สถานบ้านเกิด
สถานะเดิม บิดาของท่านชื่อนายคำด้วง แก่นแก้ว มารดาชื่อ นางจันทร์ ท่านเกิดวันพฤหัสบดี เดือนยี่ ปีมะเมีย พ.ศ. ๒๔๑๓ ณ บ้านคำบง อำเภอโขงเจียม (ปัจจุบัน คือ อำเภอศรีเมืองใหม่) จังหวัดอุบลราชธานี ในสมัยก่อนนั้นการศึกษายังไม่เจริญ ถ้าหากว่าผู้ใด ศึกษารู้จักอักขระสมัยต้องถือว่าฉลาดมาก โดยเฉพาะ อาศัยวัดเป็นพื้นฐาน ในการศึกษา ดังเราท่านทั้งหลาย จะทราบในขณะนี้ว่าคนครั้งก่อน แต่นี้ถ้าว่ามีวัยชรายากที่จะรู้หนังสือได้ (จนทางการ เกณฑ์การเรียนหนังสือ ผู้ใหญ่กันพักหนึ่ง) แต่ท่านอาจารย์ใหญ่ ท่านเป็นคนครั้งก่อน อาศัยเหตุอันใดอันหนึ่งจึงทำให้ท่านได้เรียนรู้หนังสือ อันเป็นอักขระ สมัยจนใช้การได้ดี ตามท่านเล่าว่า เรียนจากสำนักอาว์ ได้รู้ถึง ๓ อักขระ คือ ตัวอักษรไทย อักษรไทยน้อย อักษรขอม และขอมภาคอีสาน ซึ่งใช้จารึกธรรมสมัยก่อน
การบรรพชา เป็นธรรมดาอยู่เองสังสารวัฏฏ์ต้องมีการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะทำให้มนุษย์ได้เกิด แก่ เจ็บ ตาย การหมุนเวียนนี้แหละสำหรับผู้มีวาสนาก็หากหาแต่ความดีเท่านั้นให้เป็นทุนในการท่องเที่ยว เมื่อพอแก่ความต้องการ ก็เท่ากับสะสมบุญมามาก ซึ่งในมงคลคาถามีว่า ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา ผู้มีบุญทำ ไว้แล้วแต่ปางก่อน บุญย่อมตามและผูกอุปนิสัยให้ดีและชอบการพ้นจากทุกข์เสมอไป ดังปัจฉิมภาวิกชาติ ของพระบรมศาสดาของเราทั้งหลาย ก็กระทำให้พระองค์ออกบรรพชาแสวงหาวิมุตติธรรม โดยเกิดขึ้น ในพระหฤทัยของพระองค์เอง จนกระทำให้สำเร็จ พระโพธิญาณเป็นไปในที่สุด แม้ว่าพระสาวกทั้งหลายก็เช่นกัน เมื่อบุญติดตามผูกอุปนิสัย ก็เป็นเหตุให้น้อมเข้ามา เพื่อบรรพชาอุปสมบท ในขอบเขตพระบรมศาสดาได้ดีและพ้นจากทุกข์ไป
วัดบ้านคำบง ปัจจุบันคือ วัดศรีบุญเรือง บ้านคำบง อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี
อนึ่งเล่า สำหรับท่านอาจารย์ใหญ่ ก็เห็นจะเป็นเช่นเดียวกับพระสาวกเหล่านั้นหรือไร จึงมีเหตุปัจจัย แนะนำจิตของท่าน ให้น้อมไปเพื่อบรรพชา ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรในวัดบ้านคำบง เมื่ออายุ ๑๕ ปี ปฏิบัติกิจวัตรเป็นประเพณีมา ภายหลังเมื่อท่านอายุได้ ๑๗ ปี บิดาขอร้องให้ลาสิกขาไปช่วยงานทางบ้าน ท่านก็ได้ลาสิกขา ไปช่วยเต็มความสามารถในงานนั้น แม้ท่านได้ลาสิกขาไปแล้วก็แต่กายเท่านั้น ส่วนใจยังครองอยู่ในเพศบรรพชิต ทำให้ท่านระลึกอยู่ไม่วาย ซึ่งเป็นเพราะเหตุปัจจัยดังว่ามาแล้ว ท่านก็เบื่อหน่ายต่อฆราวาสวิสัย
คือ คือพื้นที่ป่าใกล้กับหมู่บ้านคำบง ที่กล่าวกันว่า
กล่าวกันว่าเมื่อภายหลังองค์หลวงปู่มั่นอุปสมบทแล้ว
การอุปสมบท
ครั้นเมื่อท่านอายุได้ ๒๒ ปี จึงลาบิดามารดาอุปสมบทต่อไป ท่านทั้งสองก็อนุญาต ท่านเข้าไปเล่าเรียน ที่สำนักท่านอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล วัดเลียบ เมืองอุบลราชธานี ได้เป็นภิกขุภาวะ ในพระพุทธศาสนาที่วัดศรีทอง (ปัจจุบัน คือ วัดศรีอุบลรัตนาราม) อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี - พระอริยกวี (อ่อน ธมฺมรกฺขิโต) เป็นพระอุปัชฌาย์ - พระครูสีทา ชยเสโน เป็นกรรมวาจาจารย์ - พระครูประจักษ์อุบลคุณ (สุ้ย ญาณาสโย) เป็นอนุสาวนาจารย์ เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๓๖ นามฉายาที่อุปัชฌาย์ตั้งชื่อ ภูริทตฺโต เมื่ออุปสมบทแล้วก็เข้าไปศึกษา (สมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน ในสำนักขององค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ต่อไป)
วัดศรีทอง (ปัจจุบัน วัดศรีอุบลรัตนาราม) อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี สถานที่อุปสมบทองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม คลิ๊ก
----------------------------------------------
* จากต้นฉบับตีพิมพ์ในหนังสืออนุสรณ์งานฌาปนกิจศพ นางพุ่ม งามเอก วันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งผู้จัดพิมพ์ได้กล่าวไว้ว่า เป็นประวัติย่อที่เก็บใจความได้มากพอควรที่จะช่วยให้เราได้รู้จักองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้ดียิ่งขึ้น ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.luangpumun.org ขอนำมาเผยแผ่อีกครั้ง โดยได้แก้ไขและปรับบางคำให้มีความเข้าใจยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มภาพประกอบ พร้อมคำอธิบายในแต่ละภาพ อีกทั้งเพิ่มชื่อนามสถานที่ที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน พร้อมลิงก์ข้อมูลเชิงลึกของแต่ละสถานที่ ซึ่งผู้ดูแลเว็บไซต์ www.luangpumun.org ได้นำมารวบรวมเรียบเรียงใหม่ จากการลงพื้นที่จริงมากว่า ๒๐ ปี และการค้นคว้าจากเอกสาร และสัมภาษณ์ครูอาจารย์
|
www.luangpumun.org ติดต่อผู้ดูแลเว็บได้ที่ [email protected] ขอขอบคุณ คุณกิตติวัฒน์ มโนสุทธิ ผู้ให้การสนับสนุนเ็วบไซต์ |