ประวัติลปมั่นแบบย่อโดยลพวิริยังค์ (ภากร เก่งพล แก้ไข 9-1-2569) - Word

บำเพ็ญเพียรเด็ดเดี่ยวตามรอยพระพุทธองค์

 

การบำเพ็ญพรต

เมื่อท่านอุปสมบทแล้วก็ได้บำเพ็ญสมณธรรมกับ ท่านอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล เป็นเวลาหลายสิบปี ท่านอาจารย์เสาร์ฯ ท่านได้พาไปเที่ยว ศึกษาธรรมปฏิบัติ ในสถานที่ต่าง ๆ และ ไปทางฝั่งซ้าย เมืองหลวงพระบาง และที่อื่นๆ ซึ่งท่าน เคยเล่าว่า เคยพากันป่วยแทบกลับมาไม่รอด เพราะป่วยทั้ง ท่านเอง และท่านอาจารย์เสาร์ฯ ด้วย ท่านเลยมาระลึก ถึงธรรมปฏิบัติ เข้าไปในที่สงัดแห่งหนึ่ง พิจารณาความตาย จิตเลยลงสู่ภวังค์ ขจัดโรคาพาธไปได้ ในขณะนั้น ท่านจึงได้ พยาบาล ท่านอาจารย์เสาร์ฯ จนหายปรกติแล้ว ก็พากันกลับยังที่เดิม

 


 

พระจุลจอมเมือง
ภายในอุโบสถหลังเก่า


 

อุโบสถหลังปัจจุบัน
และเจดีย์อนุสรณ์ องค์หลวงปู่เสาร์ องค์หลวงปู่มั่น

 

วัดเลียบ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

เป็นสำนักขององค์หลวงปู่เสาร์ สถานที่พำนักปฏิบัติธรรม ในระยะเริ่มต้น
อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม
คลิ๊ก

 

สถานที่ต่าง ๆ ที่ทั้งองค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล และองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
ได้จาริกเพื่อฝึกหัดกัมมัฏฐานไปพร้อมกันในระยะแรก



 

วัดภูหล่น อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี
องค์หลวงปู่มั่น ได้ปรารภถวายพรหมจรรย์
อย่างหนักแน่นไว้ในสมณเพศ
อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม
คลิ๊ก

 

วัดพระธาตุพนม

 

วัดพระธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
ท่านทั้งสองได้มาสักการะ และริเริ่ม
การบูรณะพระธาตุพนม
อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม
คลิ๊ก

 

ลาว

 

วิเวกในเขตประเทศลาว
เมื่อข้ามฝั่งมาพักในบริเวณถ้ำแห่งหนึ่งท่านทั้งสองต่างอาพาธ
องค์หลวงปู่มั่น ใช้ธรรมโอสถรักษาองค์ท่านเองจนหายจากอาพาธแล้ว
ได้ช่วยพยาบาลองค์หลวงปู่เสาร์ แล้วจึงกลับมาฝั่งประเทศไทย
อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม
คลิ๊ก

 

ณ กาลภายหลังท่านได้ออกไปโดยเฉพาะ แสวงหาความวิเวกตามสถานที่ต่าง ๆ อาศัยพุทธพจน์เป็นหลัก ก็เร่งความเพียร บำเพ็ญสมณธรรมโดยมิได้คิดเห็นแก่อันตรายใดๆ ที่จะเกิดขึ้นในชีวิต

 

พม่า

 

ปกหลวงพ่อพุธ.indd - Google Chrome

 

พระธรรมปาโมกข์
(บุญมั่น มนฺตาสโย
)

 

จำพรรษา ในประเทศพม่า กับพระพระธรรมปาโมกข์ (บุญมั่น มนฺตาสโย)

องค์หลวงปู่มั่น ได้จาริกไปเขตประเทศพม่าและจำพรรษาอยู่ ๑ พรรษา พร้อมกับ พระบุญมั่น มนฺตาสโย
ที่ภายหลัง คือ พระธรรมปาโมกข์ อดีตเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม
เพื่อดูแนวทางการปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์พม่าในขณะนั้น
อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม
คลิ๊ก

 

เช่นเมื่อคราวท่านไปแต่ผู้เดียวที่ถ้ำสาริกา ในภูเขาใหญ่นครนายก ในขณะที่ไปถึงบ้านใกล้ถ้ำ ตามทาง เขาบอกให้ไป อันเขาบอกว่าอย่า อย่าไปเลย เพราะที่ไปถ้ำนี้ตาย ๕ องค์แล้ว ท่านบอกว่า เออ ให้มันเป็นองค์ที่ ๖ ทั้งอาตมา แล้วก็เข้าไปพักอยู่ในถ้ำนั้นบำเพ็ญสมณธรรม

 

 

 

 

วัดถ้ำสาริกา อ.เมือง จ.นครนายก
ท่านอาพาธหนักแต่ก็ผ่านมาได้ด้วยการภาวนา อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม คลิ๊ก

 

เมื่อแรกจิตไม่เป็นไปตามความประสงค์ ธาตุก็กำเริบ อาศัยอากาศในสถานที่นั้นร้ายกาจนัก เวลาที่ท่านฉันอาหารลงไป เวลาถ่ายเป็นอุจจาระออกมาเหมือนกัน เช่น ท่านฉันแตงโมหรือข้าว ก็เป็นแตงโม ข้าวเป็นชิ้น เป็นกากอุจจาระออกมา แสดงว่าธาตุไม่สามารถจะย่อยได้เลย ท่านจึงมาคิดว่า คราวนี้เห็นจะต้องแน่ ตามคำชาวบ้านเขาว่ากระมัง (ตาย) ท่านเลยคิดสละชีวิตแล้วจึงเดินเข้าไปในถ้ำ เห็นหินมีหลังพอนั่งได้หนึ่งก้อน ตั้งอยู่ข้างเหวลึก ท่านจึงขึ้นนั่งบำเพ็ญสมณธรรมบนหินก้อนนั้น ตั้งใจว่าถ้าจิตมันไม่เป็นไปก็ขอให้มันตกตายเสีย

ณ กาลนั้น อาศัยเหตุอื่นบ้าง อาศัยเหตุนั้นบ้าง ท่านก็ทำจิตให้เป็นไปตามความประสงค์ และเกิดอัศจรรย์ มากมาย หลายประการท่านว่า และกาลต่อมาท่านฉันอาหาร ๆ เหล่านั้นก็กลับย่อยเป็นปกติตามเดิม และพระที่ตายไป ๕ องค์นั้น เพราะมาทำผิดพระวินัยแล้วเกิดวิบัติ (ศีลวิบัติ) ท่านว่าแล้ว ท่านก็อยู่บำเพ็ญสมณธรรม อยู่ที่นั่นต่อไปอีกหลายเวลา เห็นสมควรแก่กาลท่านก็ออกไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ

อนึ่ง ตอนนี้ท่านเล่าว่า เวลาจะไปอยู่ที่ไหนไปที่ใด ไม่ต้องการที่จะให้ใครรู้ จนกระทั่ง ท่านต้องใช้ร่มกระดาษ กันคนรบกวน เพราะเขาเห็นกลดพระก็คอยแต่จะมารบกวน มาหาให้ทำอะไรต่าง ๆ เมื่อท่านไปพัก ณ ที่ใด พอเขารู้กันมาก ท่านก็รีบหนี กลัวเขาจะมารบกวนอันเป็นภัยแก่การบำเพ็ญสมณธรรม ซ้ำพระที่ไปเป็นเพื่อนนั้น ก็หาเอาไปน้อยองค์ที่สุด

สมัยหนึ่ง มีพระพยายามจะติดตามไปบำเพ็ญสมณธรรมกับท่าน ท่านได้ปฏิเสธ และไม่ยอมให้ไปด้วย มีมากมาย เพราะท่านต้องการจะบำเพ็ญเพื่อความพ้นจากทุกข์จริง ๆ สมัยกาลนั้น ท่านไม่ได้ติดต่อ ให้เป็นการใกล้ชิด แก่คฤหัสถ์ และบรรพชิตเลย

 

 

วัดสิริจันทรนิมิตร เขาพระงาม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

(ซ้าย) พระอุโบสถ และพระพุทธปฏิภาคมัธยมพุทธกาล (หลวงพ่อเขาพระงาม)
(ขวา) บริเวณหน้าถ้ำภัทราวุโธ ซึ่งมุขปาฐะในพื้นที่กล่าวว่า

เป็นสถานที่ที่ ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)
นั่งสนทนาธรรมกับ องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เมื่อครั้งมาบำเพ็ญเพียร ณ ถ้ำไผ่ขวาง

 

 

ถ้ำสิงห์โต หรือ ถ้ำไผ่ขวาง
องค์หลวงปู่มั่น ได้มาบำเพ็ญเพียรและได้นำผลนั้นมาสนทนาธรรมกับเจ้าคุณอุบาลีฯ
จนได้รับการย่อมรับยกย่องจากเจ้าคุณอุบาลีฯ
หลังจากนั้น องค์หลวงปู่มั่น จึงเริ่มงานเผยแผ่รับศิษยานุศิษย์
ปัจจุบันอยู่ในบริเวณ วัดทุ่งสิงห์โต อ.เมือง จ.ลพบุรี

ในอดีตอยู่ในบริเวณเดียวกันกับ วัดสิริจันทรนิมิตร (เขาพระงาม)
อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม
คลิ๊ก

 

ณ กาลครั้งหนึ่งคราวท่านบำเพ็ญสมณธรรม พักอยู่ที่ถ้ำสิงห์โต เขาพระงาม จ.ลพบุรี แต่ก่อน ไม่มีบ้านเมือง อะไรมาก แม้ท่านพักอยู่ที่นั่น ก็บำเพ็ญไปตามพุทธพจน์โดยความเพียรอันเป็นมัชฌิมาปฏิปทา และก็ไม่ท้อถอย กลัวแก่มรณภัยใด ๆ แม้ภูเขานั้น เขาก็เล่ากันว่ามีผีดุร้ายท่านก็ไม่นำพา

กลางคืนวันหนึ่งท่านนั่งอยู่ที่ข้างถ้ำสิงห์โตใต้โคนมะกอก เวลาประมาณประถมยามล่วงไป ปรากฏว่า มียักษ์ใหญ่ตนหนึ่ง ถือกระบองเท่าลำตาล มารุกรานขับไล่ท่านให้ลุกหนีไป "ถ้าไม่หนี จะตีให้ตาย" มันว่า ท่านก็ไม่หนี เพราะได้อธิษฐานว่า จะนั่งตลอดคืนแล้ว ท่านจึงกำหนดจิตให้ยิ่งลงไป ในไม่ช้ายักษ์ตนนั้น ก็ปลาสนาการหนีไป ท่านก็นั่งอยู่จนแจ้ง รู้สึกว่าเห็นธรรมอัศจรรย์มาก ท่านอาจารย์ใหญ่เล่า และท่านก็อยู่ บำเพ็ญสมณธรรมไป จนได้ความรู้ความฉลาดในทางดำเนิน แล้วท่านก็มาระลึกถึง ผู้ที่จะพอช่วยแนะนำ ให้ได้ปฏิบัติบ้าง จึงกลับมาทางภาคอีสาน

<หน้าก่อน : หน้าหลัก : หน้าต่อไป >

www.luangpumun.org ติดต่อผู้ดูแลเว็บได้ที่ [email protected]
ขอขอบคุณ คุณกิตติวัฒน์ มโนสุทธิ ผู้ให้การสนับสนุนเ็วบไซต์