![]() |
||||||||
เริ่มเผยแผ่ธรรมในยุคเริ่มต้น
การเผยแผ่ธรรม ครั้นเมื่อท่านมาระลึกถึงหมู่คณะที่เป็นสหธรรมิก พอจะช่วยแนะนำได้ โดยเฉพาะทางภาคอีสาน ท่านจึงได้ เดินมาจากภาคกลาง มาทางอุบลราชธานี เที่ยวจาริกไปในสถานที่ต่างๆ อันเป็นสถานที่ พอจะพาคณะ เจริญสมณธรรมได้ ภายหลังครั้นเมื่อพระภิกษุสามเณร เมื่อได้ยินว่าท่านมาทางนี้ก็ได้เข้ามาศึกษาธรรมปฏิบัติ แต่ครั้งแรกมีน้อย เป็นพระภิกษุสามเณรที่ถือลัทธิต่างๆ ก็ได้เข้ามาปฏิบัติด้วยเป็นอันมาก โดยที่ท่านมิได้เรียกร้องหรือชักชวน แต่ประการใด ก็น้อมตัวเข้ามาศึกษาปฏิบัติ เมื่อได้รับโอวาทและอบรมก็เกิดความรู้ความฉลาดเลื่อมใสเกิดขึ้นในจิตในใจ บางท่านก็ยอมเปลี่ยน จากลัทธิเดิม กลับเข้ามาเป็นนิกายเดียวกับท่าน บางท่านก็มิได้เปลี่ยนลัทธิ ท่านเองมิได้บังคับแต่ประการใด และเป็นจำนวนมาก ที่ยอมเปลี่ยนจากลัทธิเดิม
แม้ว่าท่านพระเถระทั้งหลายนี่แหละ เมื่ออบรมได้รับความเลื่อมใสในธรรมแล้ว ก็นำไปเล่าสู่กันฟังโดยลำดับ อาศัยเหตุนี้ จึงทำให้ผู้ต้องการพ้นจากกองทุกข์ ซึ่งอุปนิสัยวาสนาได้อบรมเป็นทุนดังที่ว่ามาแล้วแต่หนหลัง ก็ได้พยายาม ออกติดตามขอปฏิบัติด้วย เป็นจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะท่านอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ ท่านเล่าว่า เดิมได้ยินข่าวจากตาผ้าขาว (ผู้ถือศีล ๘) ผู้ปฏิบัติอยู่กับท่านอาจารย์ใหญ่ เมื่อพบกับตาผ้าขาวคนนั้นแล้ว ท่านก็ได้ไต่ถามธรรมปฏิบัติ กับตาผ้าขาวคนนั้น อันตาผ้าขาวได้แสดงธรรมปฏิบัติจนจะแจ้ง เกิดความเลื่อมใส จึงถามถึงท่านอาจารย์ใหญ่ว่าอยู่ที่ไหน เมื่อทราบความแล้ว ก็ออกติดตามจนพบท่านอาจารย์ใหญ่ ก็ได้อบรมอยู่กับท่าน จนเกิดความรู้อันเป็นภายใน พระเถระชั้นก่อนเก่านี้ก็มีอยู่มาก มีพระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม พระอาจารย์มหาปิ่น ปญฺญาพโล พระอาจารย์เทสก์ เทสรํสี เป็นต้น และก็ยังมีอยู่อีกมาก
ท่านพระเถระทั้งหลายเหล่านี้ เมื่อได้มาได้ฟังอบรมปฏิบัติจนเห็นผล ณ ภายในแล้ว ก็นำคำสอน พระกรรมฐาน ออกเผยแพร่ (อย่าพึงเข้าใจว่าท่านอาจารย์ใหญ่ เป็นผู้ตรัสรู้ธรรมเหล่านี้เอง ท่านได้รับความรู้ มาจากพุทธพจน์ อันเป็น ธรรมละเอียด แล้วจึงนำมาเผยแพร่คณะศิษย์) ให้แพร่หลายเป็นลำดับ ต่อไปถึงอุบาสก อุบาสิกา และอนุชนรุ่นหลังต่อมา แม้ข้าพเจ้าเอง (คือ หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร : ผู้เขียน) เชื่อว่า รุ่นหลังต่อมา เมื่อได้รับปฏิบัติ กับศิษย์ของท่านแล้ว จึงเกิดความเชื่อ ความเลื่อมใสภายในต่อมา จึงได้เตรียมตัวเข้ามาหาท่าน เป็นการใหญ่ เมื่อศึกษาได้ความ ตามเหตุผลประการใด ก็ได้ช่วยเผยแพร่ แนะนำธรรมปฏิบัติเหล่านี้ ให้มากตามสติกำลัง ของท่านผู้ไปอยู่ ในที่นั้น ๆ จนเป็นเหตุให้วัดป่าเป็นสถานที่บำเพ็ญพระกรรมฐาน ไกลจากบ้านพอควร เกิดมีมากมาย หลายจังหวัด ดังที่ข้าพเจ้าว่ามาแล้วแต่กรรมฐานวินิจฉัยนั้น อาศัยเหตุเหล่านี้แหละจึงทำให้กรรมฐานแพร่หลายจนเป็นที่รู้จักกันแทบทุกจังหวัดในสยามประเทศ จึงมาถึงสมัยชราของท่านได้กลับพักอยู่ที่จังหวัดสกลนคร คราวนี้เกิดศิษย์รุ่นหลังขึ้นอีกมากมายเป็นที่น่ายินดี พร้อมทั้งพระภิกษุสามเณร อุบาสกอุบาสิกาก็เจริญแพร่หลายตลอดมา
โปรดญาติ อนึ่ง ภายหลังท่านได้ไปโปรดมารดาของท่านด้วยธรรมเทศนา จนเกิดความเลื่อมใสจริงในพระพุทธศาสนา บวชเป็นนางชี (รักษาศีล ๘ หญิง) และท่านก็ได้สั่งสอน ให้ปฏิบัติธรรมตามพุทธพจน์ จนมีความรู้เห็นแจ้ง ในธรรมวินัยนี้ ตัวมารดาท่านเองยังเปล่งอุทานว่า สิ้นสงสัยในศาสนานี้แล้ว แม้เวลาจะมรณภาพ ยังรู้จักกาลเวลา ว่าวันนี้ จะถึงกาล คือวันนั้นเวลาบ่าย ๓ โมง บอกแก่บุตรทั้งหลาย เมื่อถึงเวลาก็มรณภาพ เป็นไปตาม ความจริงทุกประการ อนึ่ง น้องสาวของท่าน ชื่อจำปาศิลป์ และหลานสาวของท่าน ท่านก็เทศนา ให้เกิดความเลื่อมใส ในพระพุทธศาสนา จนได้บวชเป็นนางชี เหลนของท่านคือลูกของนางปทุมชื่ออำพล ได้ฟังธรรมเลื่อมใส ก็ได้บรรพชา เป็นสามเณร แม้ญาตินอกนั้นที่ได้ยินได้ฟัง ก็เกิดความเลื่อมใสติดตามปฏิบัติก็มีมาก โดยเฉพาะท่านได้โปรดญาติเพียงครั้งเดียว คราวโปรดมารดาท่าน เท่านั้น
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
www.luangpumun.org ติดต่อผู้ดูแลเว็บได้ที่ [email protected] ขอขอบคุณ คุณกิตติวัฒน์ มโนสุทธิ ผู้ให้การสนับสนุนเ็วบไซต์ |