ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ร่วมเดินไปยังสถานที่ที่เกี่ยวเนื่อง กับองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต พร้อมเรื่องราวความสำคัญ ศิษยานุศิษย์ที่เข้ามาฝากตัว เป็นสานุศิษย์ถักทอสู่ "กองทัพธรรมพระกรรมฐาน" โดยเว็บมาสเตอร์ www.luangpumun.org และสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ศิษยานุศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จากรายการ แฟนพันธุ์แท้ 2018

เมนูหลัก ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น คลิ๊ก

พลิกแผ่นดินบ้านสามผง
ณ วัดโพธิ์ชัย บ้านสามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม
ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ตอนที่
22

          เป็นเรื่องราวปี พ.ศ. 2469 ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์สำคัญ เมื่อชื่อเสียงองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้ขจรขจายไปในหมู่ผู้ภาวนาแสวงหาความพ้นทุกข์ จากการที่ พระอาจารย์เกิ่ง อธิมุตฺตโก พระอาจารย์ใหญ่แห่งบ้านสามผง และพระอาจารย์สีลา อิสฺสโล ได้นำคณะสงฆ์หมู่ใหญ่ ยอมตนเป็นศานุศิษย์ในโอวาทและอาราธนาองค์หลวงปู่มั่น ได้มาเมตตามาจำพรรษายังบ้านสามผงเพื่อให้การอบรมท่านเองและคณะสงฆ์ พร้อมทั้งทำญัตติกรรมเป็นสงฆ์ธรรมยุตทั้งวัด ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีคณะใหญ่ขนาดนี้เข้ามายอมตน จึงกล่าวว่านี่คือการ #พลิกแผ่นดินบ้านสามผง

อีกทั้งยังมีพระสงฆ์ได้เข้ามารับการอบรมกับองค์หลวงปู่มั่นครั้งแรก จนเป็นศิษย์ที่เผยแผ่ธรรมในรุ่นต่อมา ได้แก่ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม หลวงปู่ดี ฉนฺโน หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร เป็นต้น

อีกทั้งรายละเอียดเรื่องราวที่มีการบันทึกเป็นคติธรรม ให้อนุชนได้เห็นถึงบรรยากาศการอบรมในสำนักองค์หลวงปู่มั่น ในยุคก่อนที่ท่านจะเดินทางไปจาริกปฏิบัติให้ถึงที่สุดแห่งโมกขธรรมครั้งสุดท้ายในภาคเหนือ เป็นเวลา 12 ปี


บรรยากาศลำน้ำสงคราม บ้านสามผง
(รูปจาก อาจาราภิวาท)

บ้านสามผงก่อนการมาขององค์หลวงปู่มั่น

          เป็นชุมชนที่ก่อตั้งมาตั้งแต่รัชสมัย ร.3 โดยชาวลาวอพยพจากเมืองเวียงจันทน์ เป็นบ้านเกิดของ พระอาจารย์เกิ่ง อธิมุตฺตโก ท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2430 อุปสมบทในฝ่ายมหานิกาย เมื่อปี พ.ศ. 2450 ณ วัดโพธิ์ชัย บ้านสาผง แห่งนี้

ท่านได้บำเพ็ญสมณธรรมเป็นที่เคารพของพุทธบริษัทในย่านนั้น ปรากฏว่าท่านเป็นพระกรรมวาจาจารย์ในการอุปสมบทของ หลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล เมื่อปี พ.ศ. 2457 และพระอาจารย์เกิ่ง ยังได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ เป็นอาจารย์ใหญ่ทั้งการศึกษาทางโลกและทางธรรม เป็นที่เคารพนับถือของศรัทธาในแถบนั้น จนกระทั่งกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในปี พ.ศ. 2469


บรรยากาศลำน้ำสงคราม บ้านสามผง
(รูปจาก อาจาราภิวาท)

พระอาจารย์เกิ่งมาสนทนาธรรม

          ในพรรษาปี พ.ศ. 2468 องค์หลวงปู่มั่น จำพรรษา ณ เสนาสนะป่าบ้านท่าบ่อ ปัจจุบัน คือ           วัดอรัญญวาสี อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ภายหลังจากออกพรรษาใน พ.ศ. 2468 นี้เอง ท่านได้กลับมาพำนักยังบ้านหนองลาด อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร อีกครั้ง จนกระทั่งพระอาจารย์เกิ่ง อธิมุตฺตโก เป็นผู้ใคร่ในการศึกษาและปฏิบัติ ได้ทราบกิตติคุณขององค์หลวงปู่มั่นมานานเมื่อได้ข่าวองค์หลวงปู่มั่นมาพักอยู่ที่บ้านหนองลาด 

พระอาจารย์เกิ่ง และสหธรรมิก คือ พระอาจารย์สีลา อิสฺสโล พร้อมคณะจึงใคร่ที่จะเดินทางไปทดลองไต่ถามอรรถปัญหาต่างๆ โดย หลวงปู่เกิ่ง ได้ถามถึงเหตุใดจึงต้องปฏิบัติกรรมฐานค้นคว้าในตนเอง ซึ่งองค์หลวงปู่มั่น ได้เปรียบการทำกรรมฐานเหมือนการถลุงแร่ธาตุมาใช้ประโยชน์ ความว่า

"เหมือนกับทรัพยากรพวกแร่ธาตุต่างๆ อยู่ใต้ดิน คนไม่มีวิธีการ ก็เอาแร่ธาตุทรัพยากรเหล่านั้นมาใช้ไม่ได้ แร่ธาตุจะมีประโยชน์ต่อมนุษย์ ก็ต่อเมื่อมนุษย์มีวิธีการนำขุด นำเอามาใช้ให้ถูกต้องตามวิธีการ แม้อริยสัจจธรรมก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าจะอยู่ในตัวเราเอง ก็จะต้องมีวิธีการที่ถูกต้อง จึงจะบังเกิดเป็นอริยสัจจได้" ( ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ 2541 หน้า 222-224.)


(รูปจาก อาจาราภิวาท)

เกิดศรัทธากราบอาราธนามาโปรดบ้านสามผง

เมื่อได้สนทนากันแล้ว หลวงปู่เกิ่งและคณะเกิดความอัศจรรย์ในคำตอบขององค์หลวงปู่มั่น จนเกิดความเลื่อมใส เข้ามาขอปฏิบัติอยู่กับองค์หลวงปู่มั่น อีกทั้งขอสละตำแหน่งเดิมที่มีทำทัฬหิกรรมใหม่ เป็นพระธรรมยุตกันทั้งวัด ทำให้ชื่อเสียงขององค์หลวงปู่มั่น เป็นที่กล่าวขานของผู้ที่แสวงหาทางพ้นทุกข์ล้วนอยากได้รับการอบรมจากองค์ท่าน

          ต่อจากนั้นองค์หลวงปู่มั่น ได้เดินทางมาที่เสนาสนะป่าบ้านอากาศ ซึ่งขณะนั้นมี หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม หลวงปู่เทสก์ เทสรงฺสี พำนักอยู่ องค์หลวงปู่มั่นได้พาหลวงปู่เทสก์ มุ่งหน้าไปยัง บ้านสามผง ซึ่งองค์หลวงปู่เทสก์ ได้ถวายอุปัฏฐากองค์หลวงปู่มั่น ในช่วงก่อนเข้าพรรษานั้น


(รูปจาก อาจาราภิวาท)

พลิกแผ่นดินบ้านสามผง

          จากคำบอกบอกเล่าของชาวบ้านสามผง การมาบ้านสามผงครั้งนี้ องค์หลวงปู่มั่น ได้พาโยมแม่ที่บวชเป็นชี คือ แม่ชีจันทร์ แก่นแก้ว ที่อยู่ในวัยชรามาดูแล แม่ชีจันทร์ได้สอนการทำอาหารในแบบอีสานใต้ ไว้ให้ชาวบ้านสามผงสืบทอดจนถึงปัจจุบัน 

ในด้านศีลธรรมเมื่อองค์หลวงปู่มั่นมาถึงแล้ว มิได้ทำทัฬหิกรรมให้กับคณะสงฆ์บ้านสามผงโดยทันที เนื่องจากชาวบ้านเป็นชาวภูไทที่ยังนับถือผี องค์หลวงปู่มั่นได้เปลี่ยนแปลงความเชื่อของชาวบ้านให้มายอมรับคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนมั่นคงแล้ว จึงได้ทำทัฬหิกรรมให้หลวงปู่เกิ่ง หลวงปู่สีลา และคณะสงฆ์บ้านสามผง

ในขณะนั้นยังมี พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ได้กลับจากวิเวก ได้ตามหาองค์หลวงปู่มั่น จนมาพบที่บ้านสามผง ซึ่งขณะนั้นพระอาจารย์ฝั้นเองอาพาธอยู่ องค์หลวงปู่มั่นได้ให้พระอาจารย์ฝั้นนั่งพิจารณาร่างกายอยู่ตลอดคืน เช้ามาจึงหายอาพาธเป็นปลิดทิ้ง และมีโอกาสร่วมนั่งหัตถบาสในพิธีญัตติกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น


(รูปจาก อาจาราภิวาท)

พิธีญัตติกรรม

พอเดือน 7 ปี ตรงกับวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2469 ได้ทำทัฬหิกรรม ญัตติกรรมพระอาจารย์เกิ่ง อธิมุตฺตโก และพระอาจารย์สีลา อิสฺสโร พร้อมทั้งพระภิกษุที่เป็นศิษย์ของท่านทั้งสองอีกประมาณ 20 รูป โดยมี พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโร) เมื่อครั้งเป็น พระครูชิโนวาสธำรง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตฺยาคโม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มหาปิ่น ปญฺญาพโล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ โดยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้เมตตานั่งหัตถบาสร่วมอยู่ด้วย ซึ่งในคราวนั้น น่าจะมีศานุศิษย์ที่นั่งหัตถบาสด้วย ได้แก่ หลวงปู่เทสก์ พระอาจารย์กู่ หลวงปู่ฝั้น พระอาจารย์กว่า เป็นต้น

ในจำนวนพระภิกษุที่มาทำการญัตติ มีหลวงปู่สิม พุทธาจาโร ซึ่งครั้งนั้นยังเป็นสามเณรรวมอยู่ด้วยรูปหนึ่ง ที่อุทกุกเขปสีมา (โบสถ์น้ำ) หนองสามผง หลังจากนั้นอีก 7 วัน ท่านอาญาครูดี ซึ่งเป็นอาจารย์ของพระอาจารย์ฝั้นมาก่อน ก็เดินทางมาขอญัตติอีกรูปหนึ่ง ณ โบสถ์น้ำบ้านสามผงนี้ (หนังสืออนุสรณ์ พระอาจารย์ฝั้น พ.ศ.2520 หน้า 41-44)

แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น

อ้างอิง

1) ประวัติพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร โดย หลวงปู่มหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ พ.ศ. 2547

2) ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ พ.ศ. 2541

3) หนังสือที่ะลึกในงานพระราชทานเพลิง พระญาณวิศิษฏ์ (พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม) โดย พระอริยคุณาธาร พ.ศ. 2505

4) อัตตโนประวัติ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ลายมือหนังสือธรรมของ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วงศ์ธรรมยุติในภาคอีสาน โดย หลวงปู่เทศก์ เทสรํสี พ.ศ. 2539

5) อาจาราภิวาท อนุสรณ์ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พ.ศ. 2520

6) ตามรอยธุดงควัตร พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล โดย ธิดาวรรณ-พิศิษฐ์ ไสยสมบัติ พ.ศ. 2546

7) ชีวประวัติพระคุณเจ้าหลวงปู่ชอบ ฐานสโม, ฉบับปรับปรุง พศ. 2535

แสดงความเห็น  >>คลิ๊กที่นี่<<

< ตอนก่อนหน้า : ตอนต่อไป >