ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ร่วมเดินไปยังสถานที่ที่เกี่ยวเนื่อง กับองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต พร้อมเรื่องราวความสำคัญ ศิษยานุศิษย์ที่เข้ามาฝากตัว เป็นสานุศิษย์ถักทอสู่ "กองทัพธรรมพระกรรมฐาน" โดยเว็บมาสเตอร์ www.luangpumun.org และสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ศิษยานุศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จากรายการ แฟนพันธุ์แท้ 2018

เมนูหลัก ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น คลิ๊ก

เริ่มต้นบูรณะพระธาตุพนม
วัดพระธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
ตอนรอยธรรมหลวงปู่มั่น ตอนที่ 6

พระธาตุพนม เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวอีสาน และปูชนียสถานสำคัญของพระพุทธศาสนา องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้เคยมาพักบำเพ็ญเพียร อบรมสั่งสอนพุทธศาสนิกชน และร่วมบูรณะพระธาตุพนม ร่วมกับคณะสงฆ์ซึ่งมีครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่ คือ พระครูสีทา ชยเสโน องค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล และ องค์หลวงปู่หนู ฐิตปญฺโญ (ต่อมา ดำรงสมณศักดิ์ที่ พระปัญญาพิศาลเถร อดีตเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ) ในปี พ.ศ. 2444


รูปจำลอง ชาวนครพนม ไปอาราธนา ท่านพระครูวิโรจน์รัตโนบล (หลวงปู่ดีโลด)
มาเป็นประธานในการบูรณะพระธาตุพนม ในปี พ.ศ.
2444
(รูปจาก คุณตังกวย แซ่ลิ้ม แต่งรูป AI โดย Admin)

ต่อมาคณะสงฆ์ ได้มอบหมายให้ผู้มีจิตศรัทธา ไปกราบอาราธนานิมนต์ พระครูวิโรจน์รัตโนบล (รอด นนฺตโร) หรือ หลวงปู่ดีโลด วัดทุ่งศรีเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี มาบูรณะครั้งใหญ่อีกครั้งในปีเดียวกัน โดยมีบันทึกเกี่ยวข้องดังนี้


(รูปจาก หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

1) หนังสือ อุรังคนิทาน โดย พระพนมเจติยานุรักษ์ (ภายหลังดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมราชานุวัตร) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ได้บันทึกถึงคณะสงฆ์สายพระกรรมฐานจากจังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้มาพักในบริเวณใกล้กับพระธาตุพนม เมื่อปี พ.ศ.2444 โดยได้ระบุชื่อ คือ พระครูทา วัดบูรพา และพระอาจารย์หนู ซึ่งก็คือ พระครูสีทา ชยเสโน พระกรรมวาจาจารย์ในการอุปสมบทขององค์หลวงปู่มั่น พร้อมกับ พระอาจารย์หนู ซึ่งก็คือ องค์หลวงปู่หนู ฐิตปญฺโญ ท่านเป็นสหธรรมิกของ องค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล และมีความสนิทสนมกับ องค์หลวงปู่มั่น เช่นกัน ที่ภายหลังได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ พระปัญญาพิศาลเถร อดีตเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ซึ่งการมาของพระเถระทั้งสองรูป เป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณะปฏิสังขรณ์พระธาตุพนม ในครั้งที่ 6

รูปจำลองเหตุการณ์ เมื่อครั้งองค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล และองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
ในขณะนั้นพระธาตุพนมทรุดโทรม ท่านทั้งสองมาวิเวก
และได้ให้ชาวบ้านช่วยกันกำจัดวัชพืช ซึ่งจะเป็นการเริ่มต้นการบูรณะพระธาตุพนม
ในปี พ.ศ.
2444 (รูป AI ป้อนคำสั่งโดย Admin)

2) จาก ประวัติพระอาจารย์มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ได้บันทึกการมาสักการะพระธาตุพนม ไว้ถึง 2 ครั้ง กล่าวคือ

2.1 หลวงปู่มั่น ได้เดินทางติดตามองค์หลวงปู่เสาร์ และพระลูกศิษย์อีก 1 รูป รวมเป็น 3 รูป มาพักนมัสการพระธาตุพนม ซึ่งขณะนั้นขาดการดูแล มีวัชพืชขึ้นเต็ม พอตกเวลากลางคืนประมาณ 4-5 ทุ่ม จะปรากฏมีแสงสีเขียววงกลมเท่ากับลูกมะพร้าว และมีรัศมีสว่างเป็นทาง ผุดออกจากยอดพระเจดีย์ แล้วก็ลอยห่างออกไปจนสุดสายตา และเมื่อถึงเวลาก่อนจะแจ้ง ตี 3-4 แสงนั้นก็จะลอยกลับเข้ามาจนถึงองค์พระเจดีย์แล้วก็หายวับเข้าองค์พระเจดีย์ไป เป็นที่ประจักษ์เช่นนี้ทุกๆ วัน ทำให้องค์หลวงปู่เสาร์ กล่าวรับรองพระธาตุพนมแห่งนี้ว่า

"ที่พระเจดีย์นี้ต้องมีพระบรมสารีริกธาตุอย่างแน่นอน"

ต่อมาท่านได้ชักชวนชาวบ้านในละแวกนั้น กำจัดวัชพืชทำความสะอาดพระธาตุพนมและบริเวณโดยรอบ เนื่องจากชาวบ้านไม่กล้าเข้าไปบูรณะปีนป่ายพระธาตุ เกรงจะไม่ถูกต้อง ต้องมีผู้รู้เป็นผู้นำในการดูแลรักษา ดำเนินการเป็นเวลา 3 เดือน จึงได้จัดพิธีมาฆบูชา และร่วมกันอบรมจิตใจและการภาวนาให้ชาวบ้านอีกด้วย


รูปจำลองชาวบ้านช่วยกันทำความสะอาดบูรณะพระธาตุพนม
(ป้อนข้อมูล
AI โดย Admin)

2.2 ในการเดินทางไปร่วมงานถวายเพลิงสรีระสังขาร หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ณ วัดบูรพา            
จ.อุบลราชธานี ในปี พ.ศ. 2486 หลวงปู่มั่น ได้เดินทางจากวัดร้างนาสีนวล อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร โดยมี หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร เป็นพระผู้ติดตามดูแล ในระหว่างที่เดินทางไปจังหวัดอุบลราชธานีนั้น ได้พักที่วัดเกาะแก้วอัมพวัน (วัดอ้อมแก้ว) อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งเป็นวัดที่องค์หลวงปู่เสาร์ ได้มาสร้างไว้ใกล้เคียงกับพระธาตุพนม และองค์หลวงปู่มั่น ได้เข้านมัสการพระธาตุพนมในโอกาสนั้นด้วย ท่านได้กล่าวกับหลวงพ่อวิริยังค์ในครั้งนั้นว่า

"เราเองนี่แหละที่มาสถาปนาพระธาตุพนมแห่งนี้ ... ที่นี้เป็นที่บรรจุพระอุรังคธาตุ"

ก่อนที่ท่านจะมาบูรณะพระธาตุพนมนั้น ท่านได้จาริกภาวนาจำพรรษาอยู่ทางฝั่งลาวกับหลวงปู่เสาร์ก่อน จาก บันทึกประวัติพระอาจารย์มั่น โดย หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ ได้กล่าวไว้ว่า

... เวลาท่านออกปฏิบัติเบื้องต้น ท่านว่าท่านไปทางจังหวัดนครพนมและข้ามไปเที่ยวทางฝั่งแม่น้ำโขง บำเพ็ญสมณธรรมอยู่แถบท่าแขก ตามป่าและภูเขา ท่านได้รับความสงบสุขทางใจพอสมควร โดยในบริเวณนั้นสัตว์ป่าอันตรายยังชุกชุมมาก ในเรื่องนี้ท่านกล่าวว่า เฉพาะองค์ท่านเองรู้สึกจะไม่ค่อยสนใจกับความกลัวสัตว์เสืออะไรมากไปกว่า

"คนกลัว จะไม่หลุดพ้นจากกองทุกข์ถึงบรมสุข คือ พระนิพพานในชาตินี้"


พระธาตุพนม ในปัจจุบัน
(รูปจาก โครงการท่องเที่ยวโดยชุมชนตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต)

จาก วงศ์ธรรมยุติในภาคอีสาน โดย หลวงปู่เทศก์ เทสรํสี ได้กล่าวถึงสถานที่ท่านพักทางฝั่งลาวว่า ถ้ำส้มป่อย ขณะนั้นทั้งท่านและองค์หลวงปู่เสาร์ ประสบภาวะเป็นไข้ป่าอาพาธ ครั้นกลับมาทางฝั่งไทย ได้ไปทางนครพนม ทางส่วนราชการต้องการให้มีพระธรรมยุต มาอยู่ที่จังหวัดนครพนมด้วย ทางส่วนราชการ ได้หาพระเณรติดตาม องค์หลวงปู่เสาร์ องค์หลวงปู่มั่น กลับไปจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้ท่านอบรมสั่งสอน ซึ่งพระเณรที่ติดตามมานั้น ภายหลัง คือ พระเทพสิทธาจารย์ (หลวงปู่จันทร์ เขมิโย) วัดศรีเทพประดิษฐาราม อ.เมือง จ.นครพนม และ พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) วัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี

อ้างอิง

1) ประวัติพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร โดย หลวงปู่มหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ

2) ประวัติพระอาจารย์มั่น ฉบับสมบูรณ์ และใต้สามัญสำนึก โดย หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร

3) อุรังคะนิทาน โดย พระพนมเจติยานุรักษ์ วัดพระธาตุพนม พ.ศ.2496

4) อัตตโนประวัติ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ลายมือหนังสือธรรมของ พระอาจารย์ฝั้ง อาจาโร วงศ์ธรรมยุติในภาคอีสาน โดย หลวงปู่เทศก์ เทสรํสี

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก

เพจ : บุญตา แอนติค

เพจ : อาณาจักรศรีโคตรบูร

หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

แสดงความเห็น  >>คลิ๊กที่นี่<<

< ตอนก่อนหน้า : ตอนต่อไป >