จำพรรษาที่พม่ากับสหธรรมิก
ตามรอยธรรมหลวงปู่มั่น ตอนที่ 8
รูปจำลองบรรยากาศ องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และท่านเจ้าคุณบุญมั่น มนฺตาสโย
เข้าไปในดินแดนพม่า ท่านได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับพระสงฆ์ชาวพม่า
ทำให้องค์ท่านทราบสถานะของการดำเนินการสอนกัมมัฏฐานในประเทศพม่า
(รูป AI ป้อนคำสั่งโดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
ในปี พ.ศ. 2454 องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ท่านได้พบกับสหธรรมิก ที่มีนามว่า "มั่น" เช่นเดียวกัน ต่อมาภายหลังสหธรรมิกท่านนี้ได้รับสมณศักดิ์ ที่ พระธรรมปาโมกข์ (บุญมั่น มนฺตาสโย) อดีตเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม รูปที่ 6 ได้เดินทางเข้าไปพม่าร่วมกัน 2 รูป โดยใช้ระยะเวลา 8 เดือน จึงถึงพระธาตุเจดีย์ ชเวดากองระหว่างทางได้ผ่านป่าเขาพบอุปสรรคมากมาย ทั้งอดอาหารและสัตว์ร้าย
ประการสำคัญของการเดินทางครั้งนี้ คือ ได้ยินมาว่าทางพม่ามีครูบาอาจารย์เก่งในการสอนกัมมัฏฐาน จึงได้ดั้นด้นมาสอบถามการปฏิบัติ แต่จากการสอบถามยังได้ผลสรุปไม่เป็นที่พอใจ ท่านทั้งสองจึงจะเดินทางกลับ แต่เห็นว่าหากเดินทางกลับเข้าประเทศไทย จะไม่ทันเข้าพรรษา จึงได้จำพรรษา ณ สำนักสงฆ์บนเขาแห่งหนึ่งในเมืองมะละแหม่ง 1 พรรษา พอออกพรรษาจึงเดินทางกลับประเทศไทย แล้วเข้ากรุงเทพฯ เพื่อส่งท่านบุญมั่นสหธรรมิก กลับยังวัดปทุมวนาราม
พระธรรมปาโมกข์ (บุญมั่น มนฺตาสโย)
อดีตเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม รูปที่ 6
สหธรรมิกองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ที่ร่วมเดินทางเข้าไปในประเทศพม่า
(รูปจาก ฐานิยตฺเถรวตฺถุ)
จากบันทึกเกี่ยวกับการจำพรรษาที่ประเทศพม่า มีดังนี้
1) จากประวัติพระอาจารย์มั่น ฉบับสมบูรณ์ และใต้สามัญสำนึก โดย หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ได้บันทึกจากคำบอกขององค์หลวงปู่มั่น ขณะที่หลวงพ่อวิริยังค์ได้ถวายอุปัฏฐาก ณ วัดร้างนาสีนวล (ปัจจุบัน อยู่ในวัดศรีคูณไชย ต.ตองโขป อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร) โดย หลวงปู่มั่น ได้เล่าถึงอุปสรรคการเดินทางทั้งผ่านป่าเขาหนาทึบทำให้ต้องอดอาหาร โดยหลวงปู่มั่นได้กล่าวเป็นคติว่า
"การเดินทางอย่างทุรกันดารและยาวไกลคราวนี้ ก็ทำให้เกิดผลทางใจแก่เราไม่น้อยเลย เป็นเหตุให้เกิดความกล้าหาญในทางใจขึ้นอีกมาก"
นอกจากนั้นการพบกับสัตว์ร้าย ก็ยังเป็นโอกาสในการภาวนาเตือนตนเองด้วยเช่นกัน
"นายพรานป่าพวกเขาไปตามป่าดงพงพี พบงูฆ่างู พบเสือฆ่าเสือ พบช้างฆ่าช้าง นอนกลางดงกลางป่าไม่เห็นเขาจะกลัวอะไร พวกพรานทั้งหลายซึ่งเป็นนักล่าสัตว์ เขาผจญกับพวกสัตว์ร้ายมากกว่าเรา เราไม่จำเป็นจะต้องถือว่าการผจญกับพวกสัตว์ร้ายเป็นเรื่องสำคัญ เราถือว่าการปฏิบัติที่เรากำลังจะต่อสู้กับกิเลสภายในนี้แหละสำคัญกว่า" (ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ พ.ศ. 2541, หน้าที่ 143-146)
2) จาก "รำลึกวันวาน" โดย หลวงตาทองคำ จารุวณฺโณ ได้กล่าวถึงสาเหตุที่องค์หลวงปู่มั่น ไปจำพรรษาที่พม่า โดยละเอียด ไว้ดังนี้
2.1) พม่าเมื่อครั้งพุทธกาล เขาเป็นชาวโกศล พระพุทธเจ้าเสด็จจำพรรษามากกว่าแคว้นอื่น (เป็นที่ตั้งของ วัดเชตวันมหาวิหาร) มีเศรษฐีเป็นผู้อุปถัมภ์พระพุทธศาสนา
2.2) ชาวพม่าเป็นคู่รักคู่แค้นกับไทย ไม่เป็นมิตรแท้ ไม่เป็นศัตรูถาวร แต่ทิ้งกันไม่ได้
2.3) ท่านเจ้าคุณบุญมั่น (บุญมั่น มนฺตาสโย) คือ พระธรรมปาโมกข์ อดีตเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม รู้ภาษาอังกฤษ จำพรรษาอยู่ที่นั่น ถ้าท่านไปอยู่จะไม่ยากลำบากเรื่องภาษาสื่อสาร (รำลึกวันวาน โดย หลวงตาทองคำ จารุวณฺโณ พ.ศ. 2552, หน้าที่ 41-42) เนื่องจากในเวลานั้นพม่ายังอยู่ในปกครองของอังกฤษ ดังนั้นท่านเจ้าคุณบุญมั่นจึงสามารถสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ราชการชาวอังกฤษ อีกทั้งประชาชนและพระสงฆ์ก็น่าจะสามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้เช่นกัน
จากการประมวลข้อมูล สามารถคาดคะเนได้ว่า การที่หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้เดินทางไปจำพรรษาที่พม่า นอกจากการได้ไปบำเพ็ญภาวนาแล้ว ท่านยังได้ไปสอบถามวิธีปฏิบัติกัมมัฏฐาน ของทางพม่าซึ่งท่านได้ถามคำถามต่างๆ แต่ได้ผลสรุปว่า
"...ตั้งปัญหาถามทุกอย่าง คำตอบยังไม่เป็นที่พอใจ เพราะเหมือนกับที่เราทำอยู่เดี๋ยวนี้ มิได้ยิ่งขึ้นไป แม้เราจะถามให้สูงขึ้นซึ่งอรรถปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติทางใจ แต่เราก็ไม่มีปัญญา เรามีความรู้เท่าไร ก็ถามเขาเท่านั้น มิใช่ถามเพื่อการลองภูมิ เหมือนกับคนทั้งหลายที่อวดดี ถามเพื่อจะแก้ตัวเอง เมื่อไม่มีความรู้ที่จะถาม ถามก็แต่ที่เรามีอยู่ มันก็จนใจ และก็ไม่เห็นค่า มีประโยชน์อะไรที่จะอยู่ต่อไป...."
อีกทั้งยังได้สหธรรมิกที่ร่วมเดินทางด้วย คือ พระธรรมปาโมกข์ (บุญมั่น มนฺตาสโย) อดีตเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ซึ่งท่านมีความสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ จึงทำให้การเดินทางไปพม่า ซึ่งขณะนั้นยังอยู่ในปกครองของอังกฤษเป็นไปโดยสะดวก การเดินทางของท่านในครั้งนี้ จึงเป็นไปเพื่อการบำเพ็ญเพียรและเพิ่มความมั่นใจของผลแห่งการปฏิบัติอีกครั้งของท่าน ว่าดำเนินไปในเส้นทางที่ถูกต้อง เมื่อสอบทานกับการปฏิบัติในสำนักกัมมัฏฐานแห่งอื่น (ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ พ.ศ. 2541, หน้าที่ 145-146)
แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น
อ้างอิง
1) ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ พ.ศ. 2541
2) รำลึกวันวาน โดย หลวงตาทองคำ จารุวณฺโณ พ.ศ. 2552
รูปประกอบ โดย Susi P Jarun Fashion Vintage
แสดงความเห็น >>คลิ๊กที่นี่<<