จำพรรษา ณ วัดสระปทุม
วัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
ตามรอยธรรมหลวงปู่มั่น ตอนที่ 10
รูปจำลองเหตุการณ์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ขณะเดินไปมาระหว่าง
วัดปทุมวนารามและวัดบรมนิวาส บนเส้นทางถนนพระรามที่ 1
ได้พิจารณาธรรมไปด้วย จนเห็นหญิงแขกที่เดินนำหน้ากลายเป็นกระดูกเดินได้
(รูป AI ป้อนข้อมูลโดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
ในช่วงที่องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ยังศึกษาธรรมปฏิบัติและเดินทางเข้ามาศึกษาในสำนักส่วนกลาง คือ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่มีตำราและผู้รู้มากกว่าในชนบท ท่านได้เลือกมาพำนักจำพรรษา ณ วัดสระปทุม ซึ่งปัจจุบัน คือ วัดปทุมวนาราม เนื่องจากวัดนี้มีความผูกพันกับชาวอีสาน เนื่องจากเจ้าอาวาส ทั้งในอดีตและที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนั้น ล้วนเป็นชาวอีสานต่อเนื่องกันมา โดยเฉพาะ พระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม รูปที่ 5 เป็นสหธรรมิกของหลวปู่เสาร์ กนฺตสีโล มีความสนิทสนมกับองค์ท่านมาตั้งแต่พำนักอยู่ร่วมกันในสำนักที่จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมทั้งยังมีสหธรรมิกที่เคยร่วมจาริกไปในพม่าที่ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม คือ พระธรรมปาโมกข์ (บุญมั่น มนฺตาสโย) เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม รูปที่ 6 ที่เคยจาริกร่วมกันไปจำพรรษาที่พม่า อีกทั้งในอดีต วัดปทุมวนาราม ยังเป็นพื้นที่ชนบทนอกเมืองมีความสงบถูกอัธยาศัยกับองค์ท่าน
ประการสำคัญยังอยู่ใกล้เคียงกับ วัดบรมนิวาส ที่ท่านสามารถเดินเท้าไปได้โดยสะดวก เพื่อฟังเทศน์และสนทนาธรรมกับ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) ปราชญ์จากแผ่นดินอุบลราชธานี ผู้มีความสามารถทั้งปริยัติและปฏิบัติ ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาสในขณะนั้น โดย จากบันทึกของ หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ ได้กล่าวไว้ว่า
"เวลาท่านพักและจำพรรษาที่วัดปทุมวัน ได้ไปศึกษาอรรถธรรม กับท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ วัดบรมนิวาสเสมอ" (ประวัติพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร โดย หลวงปู่มหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ พ.ศ. 2547 หน้าที่ 190)
จากบันทึกต่างๆ ที่กล่าวถึงองค์หลวงปู่มั่น พำนักที่วัดปทุมวนาราม มีการกล่าวถึงไว้ ดังนี้
1) ในพรรษาที่ 8 ได้ลงมาจำพรรษาที่วัดปทุมวนาราม พร้อมกับไปฟังเทศน์และสนทนาธรรมกับ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) ที่วัดบรมนิวาส (ข้อมูลจาก "รำลึกวันวาน" โดย หลวงตาทองคำ จารุรวณฺโณ , พ.ศ. 2552 หน้าที่ 16)
2) หลังจากจำพรรษาที่พม่าในปี พ.ศ. 2454 พอออกพรรษา ท่านได้มาส่งสหธรรมิกที่เดินทางกับท่านที่ต่อมา คือ พระธรรมปาโมกข์ (บุญมั่น มนฺตาสโย) อดีตเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม และพักชั่วคราวก่อนจะเดินทางไปจำพรรษา ที่วัดถ้ำผาบิ้ง อ.วังสะพุง จ.เลย (ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ฯ 2541 หน้าที่ 146)

กุฏิ พระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺโญ) ที่องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้เคยพำนัก
(จาก หนังสือ อาจาโรวาท พ.ศ. 2520 พิมพ์ใหม่ พ.ศ. 2550)
3) ในปี พ.ศ. 2457 หลวงปู่มั่นจาริกบำเพ็ญธรรมอยู่ทางภาคกลาง พอถึงช่วงใกล้เข้าพรรษา พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) ได้อาราธนามาจำพรรษาที่กรุงเทพฯ หลวงปู่มั่นได้เลือกจำพรรษา ณ วัดปทุมวนาราม (ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ฯ 2541 หน้าที่ 177) ซึ่งในปีนั้น พระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺโญ) ยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส วัดปทุมวนาราม อีกด้วย

กุฏิ พระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺโญ) ที่องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้เคยพำนัก
(รูปโดย Admin ถ่ายเมื่อ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2545)
4) ภายหลังจากเหตุการณ์ที่บ้านหนองขอน อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ออกพรรษาปี พ.ศ. 2470 ผ่านพ้นไปแล้ว องค์หลวงปู่มั่น ได้มาพำนักยังวัดบูรพา อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประจวบกับ พระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺโญ) ได้ขึ้นไปจังหวัดอุบลราชธานี ได้ชักชวนองค์หลวงปู่มั่นเดินทางลงมากรุงเทพฯ ด้วยกัน (อัตตโนประวัติ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ฯ โดย หลวงปู่เทศก์ เทสรํสี 2538 หน้าที่ 179, 186 )
ในพรรษาปี พ.ศ. 2471 องค์หลวงปู่มั่นได้จำพรรษา ณ วัดปทุมวนาราม ขณะนั้นเอง พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) ได้ขึ้นไปปรับปรุงวัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่ พอออกพรรษาผ่านไปแล้ว จนถึงช่วงปี พ.ศ. 2472 องค์หลวงปู่มั่น ได้รับบัญชาจากท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ให้ร่วมเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ ได้ใจาริกบำเพ็ญธรรมในภาคเหนือต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 12 ปี ( ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ฯ 2541 หน้าที่ 229) (ประวัติพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร โดย หลวงปู่มหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ 2547 หน้าที่ 192)
5) เดินทางจากเชียงใหม่ลงมาเยี่ยมอาพาธเจ้าคุณอุบาลีฯ โดยพำนักอยู่วัดบรมนิวาส และมาร่วมในการบำเพ็ญกุศลงานพระราชทานเพลิงศพ ท่านน้อย เปาโรหิตย์ มารดาของ เจ้าพระยามุขมนตรี (อวบ เปาโรหิตย์) ซึ่งพระราชทานเพลิงวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2474 ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส ในโอกาสนี้ได้พบกับท่านพ่อลี ธมฺมธโร ในงานพระราชทานเพลิงฯ นี้เอง ซึ่งขณะนั้นท่านพ่อลียังจำพรรษาอยู่ วัดปทุมวนาราม มีความต้องการจะออกรุกขมูลกับองค์หลวงปู่มั่น แต่จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจาก พระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺโญ) เสียก่อน
ซึ่งองค์หลวงปู่มั่น ได้เมตตาเดินทางมายังวัดปทุมวนาราม เพื่อขออนุญาตจาก พระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺโญ) ให้ท่านพ่อลีเดินทางไปรุกขมูลพร้อมกับองค์ท่าน ซึ่งท่านเจ้าคุณพระปัญญาพิศาลเถร ก็ได้อนุญาตตามประสงค์ ต่อจากนั้นท่านทั้งสองจึงได้เดินทางขึ้นมายังภาคเหนือ
เหตุการณ์สำคัญที่ปรากฏในบันทึก มีดังนี้
รูปจำลองเหตุการณ์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ขณะเดินไปมาระหว่าง
วัดปทุมวนารามและวัดบรมนิวาส บนเส้นทางถนนพระรามที่ 1
ได้พิจารณาธรรมไปด้วย จนเห็นหญิงแขกที่เดินนำหน้ากลายเป็นกระดูกเดินได้
(รูป AI ป้อนข้อมูลโดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
1) วิปัสสนาญาณ ขณะเดินทางไปวัดบรมนิวาส
จากบันทึกของ หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ได้กล่าวถึงขณะเดินทางจากวัดบรมนิวาส กลับไปยังวัดปทุมวนาราม ในปี พ.ศ. 2457 ผลจากการที่ท่านพิจารณาอสุภกรรมฐานเป็นประจำ ทำให้ท่านเกิดความรู้แม้จะอยู่ในชีวิตประจำวัน ท่านได้เห็นหญิงแขกเป็นอสุภโดยอัตโนมัติ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
... การที่ท่านเดินไปวัดบรมนิวาสทุกวันพระนั้น แม้เส้นทางจากวัดสระปทุมดูเหมือนก็จะไกลมิใช่น้อยแต่กลับเป็นใกล้ เพราะขณะที่เดินไป ท่านภาวนาไปด้วย
ในวันหนึ่งขณะที่ท่านกำลังเดินไปนั้น กำหนดจิตสงบลง ปรากฏว่าเหมือนกับแผ่นดินยุบลงไป แลดูไปทุกอย่างที่ไม่มีอะไรที่จะถือได้ว่าตัวตน เดินเหมือนกับชั่วอึดใจเดียวก็ถึงวัดบรมนิวาส
ในวันนั้นเป็นเวลากลางวัน ขณะที่ท่านเดินออกจากวัดบรมนิวาสไปถึงถนนหลวง ขณะที่กำลังเดินไปอยู่นั้น ท่านเล่าว่า เวลาจิตกำลังดูดดื่มในอรรถปฏิบัติมาก ทั้งเดินไปทั้งเจริญอสุภกัมมัฏฐานไปเรื่อย ๆ
ขณะนั้นได้มองเห็นผู้หญิงแขกคนหนึ่งกำลังเดินอยู่ข้างหน้า ประเดี๋ยวเดียวผู้หญิงแขกคนนั้น ปรากฏว่ามีร่างกายอ้วนขึ้นทุกที นึกแปลกใจว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แต่ก็ได้มองดูไปเรื่อย ๆ หนักเข้า มันมิใช่อ้วนเสียแล้วนั้นคือทั้งตัวกำลังพองเน่าขึ้นอืด อันจะให้เป็นของน่าเกลียดนั้นเอง
พอมันขึ้นเต็มที่ของมันแล้วก็เปื่อยเน่า มีน้ำเลือดและน้ำหนองไหลเยิ้มไปทั้งตัว แล้วมีพวกหมู่หนอนชอนไชและแมลงวันไต่ตอมไปมา น่าเกลียดจริง ๆ ในที่สุดเลือดเนื้อและหนังเอ็นก็ได้เปื่อยเน่าย่อยยับไปหมด เหลือแต่โครงกระดูกติดต่อกันไว้เท่านั้น แล้วก็ได้เห็นโครงกระดูกนั้นเดินไปได้ จะปรากฏเป็นชายหรือหญิงก็หาไม่ จึงได้เกิดความอัศจรรย์เป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ก็เพราะท่านมิได้ตั้งใจที่จะพิจารณาให้ร่างกายนั้นเป็นอสุภอะไร เพียงเพียงมองดูธรรมดา ๆ เท่านั้นแต่มันก็สามารถเป็นไปได้ จึงได้นึกถึงประวัติของพระเถระองค์หนึ่งในครั้งพุทธกาล นัยว่าท่านกำหนดเอากายคตาสติเป็นอารมณ์เหมือนกัน
วันหนึ่งขณะที่ท่านกำลังเดินอยู่นั้น สามีภรรยาคู่หนึ่งเกิดทะเลาะกัน ฝ่ายภรรยาก็หลบหน้าสามีไป ได้เดินทางผ่านมาพบกับพระเถระองค์นั้นเข้า เบื้องต้นหญิงคนนั้นก็ได้แสดงอาการยิ้มแย้มไปบ้าง พระเถระเมื่อมองไปเห็นฟันของหญิงคนนั้นเข้าแล้ว ได้ปรากฏเห็นเป็นร่างกระดูกไปทั้งตัว แล้วก็เห็นเป็นร่างกระดูกเดินได้ จึงมิได้รู้จักว่าคน ๆ นั้นเป็นหญิงหรือชาย
ครั้นเมื่อสามีเขาตามมาพบพระเถระแล้วถามท่านว่า ได้พบผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านมาทางนี้หรือไม่ ท่านจึงบอกเขาไปว่าได้เห็นแต่ร่างกระดูกร่างหนึ่งเดินผ่านไปแต่ไม่ทราบว่าเป็นหญิงหรือชาย
ตั้งแต่วันนั้นต่อมาท่านจึงได้รู้เรื่องว่าการเจริญอสุภะ เมื่อเป็นไปแก่กล้าแล้ว สามารถเห็นเป็นอสุภะไปได้ทั้งนอกและใน จึงได้หมดความสงสัยในเรื่องนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ท่านอาจารย์มั่นฯ ท่านเล่าให้ฟังว่า
"ตามข้างทางจากวัดบรมนิวาสไปวัดสระปทุมในสมัยนั้น บนทุ่งนาบ้าง เป็นสวนบ้าง แม้แต่ที่วัดบรมนิวาสเอง ก็มีแต่หนามหวายเกิดอยู่เต็มบริเวณ" (ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ฯ 2541 หน้าที่ 178-179)
2) พระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสฺโส) ถวายตัวเป็นลูกศิษย์
จากบันทึกของ พระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสฺโส) ได้กล่าวว่า ท่านได้กราบฟังธรรมและถวายตัวเป็นลูกศิษย์ หลวงปู่มั่น ณ วัดปทุมวนาราม ในปี พ.ศ. 2471
"เมื่อคราวท่านลงไปจำพรรษาที่วัดปทุมวัน กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2471 ก่อนไปเชียงใหม่ ข้าพเจ้า (พระอริยคุณาธาร) ผู้เรียบเรียงประวัตินี้ เพิ่งได้อุปสมบทใหม่ ๆ กำลังสนใจศึกษาทางสมถวิปัสสนา ได้ทราบกิตติศัพท์ของท่านว่าเป็นผู้ปฏิบัติเชี่ยวชาญทางสมถวิปัสสนา จึงเข้าไปศึกษาสดับฟังธรรมเทศนาของท่าน ได้ความเชื่อความเลื่อมใส ถวายตัวเป็นศิษย์ของท่านแล้ว ท่านเล่าเรื่องวิธีระงับอาพาธด้วยธรรมโอสถให้ฟัง ..." (ชีวประวัติ ธรรมเทศนา บทประพันธ์ และธรรมบรรยาย ของ พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถระ โดย พระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสฺโส) พ.ศ. 2527, หน้า 19)
ภายหลัง พระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสฺโส) ได้เป็นผู้รวบรวมประวัติ หลวงปู่มั่น จัดพิมพ์เป็นครั้งแรก ในงานถวายเพลิงสรีระสังขาร หลวงปู่มั่น ในปี พ.ศ. 2492
3. เมตตา พระอาจารย์มหาทองสุก สุจิตฺโต
พระอาจารย์มหาทองสุก อุปสมบท ณ วัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2470 จากคำบอกเล่าของ พระวินัยโสภณ (หลวงปู่เล็ก ธมฺมปาโล) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามที่มีความสนิทสนมกับพระอาจารย์มหาทองสุก ซึ่งคาดว่าน่าจะในช่วงปี พ.ศ. 2471 พระอาจารย์มหาทองสุก ได้กราบองค์หลวงปู่มั่นเป็นพระอาจารย์สอนธรรม ขณะนั้น หลวงปู่เล็ก อยู่กุฏิเดียวกันกับพระอาจารย์มหาทองสุก ก่อนที่หลวงปู่มหาทองสุกจะจากวัดปทุมวนารามไป ได้กล่าวกับหลวงปู่เล็ก เป็นคติไว้ว่า "ถึงเวลาเราจะได้ช่วยกัน ท่านอยู่ที่วัดปทุมแห่งนี้ การปฏิบัติธรรมอยู่ที่ไหน ก็ปฏิบัติได้ เพราะทุกอย่างสงบอยู่ที่ใจ นิพพานก็อยู่ที่ใจ" (จากบันทึกคำบอกเล่าหลวงปู่เล็ก เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 https://www.facebook.com/photo?fbid=1513117145578447&set=a.1396973180526178)
ภายหลัง พระอาจารย์มหาทองสุก ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าสุทธาวาส จ.สกลนคร ซึ่งเป็นสถานที่พระราชทานเพลิงสรีรสังขาร องค์หลวงปู่มั่น และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูอุดมธรรมคุณ ซึ่งหลวงปู่เล็ก ก็ได้ช่วยส่งความช่วยเหลือจากกรุงเทพฯ มายังวัดป่าสุทธาวาส อีกด้วย
จากซ้ายไปขวา หลวงปู่โฮม โสภโน, พระอาจารย์กระจ่าง กนฺตสีโล
และสามเณรประมัย กาฬเนตร
(รูปจาก ห้องสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)
4) เมตตา หลวงปู่โฮม โสภโณ
พระราชมุนี (หลวงปู่โฮม โสภโณ) อดีตผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม เมื่อครั้งยังเป็นสามเณร ได้มีโอกาสเฝ้าดูหลวงปู่มั่น เดินจงกรม และท่านยังได้สอนธรรมะแก่หลวงปู่โฮมในครั้งนั้นด้วย จากบันทึกในบูรพาจารย์ ความว่า

รูปจำลองเหตุการณ์ขณะองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
ให้โอวาท สามเณรโฮม ในคืนหนึ่ง ณ วัดปทุมวนาราม
ที่ต่อมา สามเณรโฮม คือ หลวงปู่โฮม โสภโร
(รูป AI ป้อนข้อมูลโดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
ค่ำคืนหนึ่งที่วัดปทุมวนาราม ขณะที่พระบูรพาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ท่านพระอาจารย์มั่นฯ กำลังเดินจงกรมอยู่เพื่ออบรมจิตใจให้ตั้งมั่นในเอกัคคตารมณ์อยู่นั้น สามเณรน้อยรูปหนึ่งยืนแฝงในความมืด เพ่งมองท่านพระอาจารย์มั่นด้วยความสงสัยว่า ท่านกำลังทำอะไรอยู่ เดินไปเดินมาด้วยความสำรวมเพื่ออะไรกัน ขณะแอบมองอยู่ในความมืดนั้น สามเณรคอยจดจำกิริยาท่าทางของท่านพระอาจารย์มั่นถึง 2 ชั่วโมง เมื่อท่านเลิกการเดินจงกรมแล้ว แทนที่จะเดินไปทางกุฏิของท่าน กลับตรงมายังสามเณรที่แอบมองอยู่ พลางถามเบาๆ ว่า
"เณร มายืนดูฉันเดินอยู่ทำไม ชอบเดินอย่างนี้ไหม?"
แล้วท่านพระอาจารย์มั่นก็ได้แสดงความจริงในเรื่องการเดินจงกรมให้สามเณรน้อยรูปนั้นฟัง โดยยกเหตุผลต่างๆ จนเป็นที่พอใจยิ่งนัก

พระราชมุนี (หลวงปู่โฮม โสภโน)
(รูปจาก ห้องสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)
" ... ที่เราต้องเดินจงกรม ก็เพื่อเป็นการผลัดเปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้สุขภาพของเราดีขึ้น ภิกษุสามเณรในจังหวัดพระนครมีเวลาออกกำลังน้อยเหลือเกิน ... ความเพียรรีบลงมือทำเสียแต่วันนี้ ใครเล่าจะรู้ว่า ความตายจะมาถึงเมื่อไร ..."
สามเณรได้บันทึกความจำในการได้พบกับท่านพระอาจารย์มั่น เป็นครั้งแรกในชีวิตของท่าน ปญฺญายะ ปริสุชฺฌติ แปลความได้ว่า คนจะบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา (หลวงพ่อเจ้าคุณพระราชมุนี (โฮม โสภโณ) พระอริยะ แห่งวัดปทุมวนาราม โดย ทองทิว สุวรรณทัต, โลกทิพย์ ฉบับที่ 36 พ.ศ. 2527) ( บูรพาจารย์ พ.ศ. 2545, หน้าที่ 608)
วัดปทุมวนาราม จึงเป็นวัดสำคัญที่หลวงปู่มั่น ได้เคยพำนักจำพรรษา และมีเรื่องราวที่ควรจดจำ
ข้อมูลอ้างอิง
1) ชีวประวัติ ธรรมเทศนา บทประพันธ์ และธรรมบรรยาย ของ พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถระ โดย พระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสฺโส) พ.ศ. 2527
2) ประวัติพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร โดย หลวงปู่มหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ พ.ศ. 2547
3) ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ฯ พ.ศ. 2541
4) อัตตโนประวัติ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ลายมือหนังสือธรรมของ พระอาจารย์ฝั้ง อาจาโร วงศ์ธรรมยุติในภาคอีสาน โดย หลวงปู่เทศก์ เทสรํสี
5) รำลึกวันวาน โดย หลวงตาทองคำ จารุรวณฺโณ พ.ศ. 2552
6) หลวงพ่อเจ้าคุณพระราชมุนี (โฮม โสภโณ) พระอริยะ แห่งวัดปทุมวนาราม โดย ทองทิว สุวรรณทัต, โลกทิพย์ ฉบับที่ 36 พ.ศ. 2527
ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก
เพจ : บุญตา แอนติค
หนังสือปทุมวรานุสรณ์ พ.ศ. 2555
อาจาโรวาท พ.ศ. 2520 พิมพ์ใหม่ พ.ศ. 2550
นิตยสาร โลกทิพย์ ฉบับที่ 36 พ.ศ. 2527
https://www.facebook.com/304819377129620/posts/1021636725447878/
#แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น
แสดงความเห็น >>คลิ๊กที่นี่<<