ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ร่วมเดินไปยังสถานที่ที่เกี่ยวเนื่อง กับองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต พร้อมเรื่องราวความสำคัญ ศิษยานุศิษย์ที่เข้ามาฝากตัว เป็นสานุศิษย์ถักทอสู่ "กองทัพธรรมพระกรรมฐาน" โดยเว็บมาสเตอร์ www.luangpumun.org และสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ศิษยานุศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จากรายการ แฟนพันธุ์แท้ 2018

เมนูหลัก ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น คลิ๊ก

ศึกษาธรรมเจ้าคุณอุบาลีฯ ณ วัดบรมนิวาส

วัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

ตามรอยธรรมหลวงปู่มั่น ตอนที่ 11

วัดบรมนิวาส เป็นอีกหนึ่งพระอารามในกรุงเทพมหานคร ที่องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้เคยพำนัก ทั้งเพื่อการศึกษาธรรมปฏิบัติและสนทนาธรรมกับ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) เจ้าอาวาสวัดบรมนิวาสในขณะนั้น ท่านเป็นนักปราชญ์ และมีถิ่นฐานบ้านเกิดเดียวกัน คือ จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวกันว่าองค์หลวงปู่มั่นได้มาพบเพื่อศึกษากับเจ้าคุณอุบาลีฯ ตั้งแต่ช่วงพรรษาต้นๆ แต่สำหรับช่วงปีที่องค์หลวงปู่มั่น ได้มายังวัดบรมนิวาสที่ชัดเจน ดังนี้

เจ้าคุณอุบาลี ฯ นิมนต์องค์หลวงปู่มั่นมาจำพรรษาที่กรุงเทพฯ ในปี  พ.ศ. 2457 

องค์หลวงปู่มั่น มานมัสการเจ้าคุณอุบาลีฯ ในช่วงปี พ.ศ. 2471-2472 แล้วได้รับนิมนต์ไปจำพรรษายังภาคเหนือ

มาเยี่ยมอาพาธท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ในปี พ.ศ. 2474

ภายหลัง พระอุบาลีฯ มรณภาพแล้ว ท่านยังได้มาพำนักครั้งสุดท้ายภายหลังกลับจากจาริกภาคเหนือ ตามคำอาราธนาของ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) เจ้าอาวาสรูปต่อมา ในปี พ.ศ. 2483 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่องค์หลวงปู่มั่น เดินทางมากรุงเทพฯ ต่อจากนั้นท่านได้กลับแผ่นดินอีสาน จนมรณภาพในปี พ.ศ. 2492

จากบันทึกต่างๆ มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับวัดบรมนิวาส ดังนี้


อุโบสถวัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

(รูปโดย Admin)

1) ช่วงเริ่มต้นแห่งการศึกษาวิถีการปฏิบัติ

          ในช่วงที่ หลวงปู่มั่น ยังศึกษาแนวทางการปฏิบัติ อยู่ด้วยกับองค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ท่านยังได้มาศึกษาธรรมปฏิบัติจาก พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) ยังวัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ ด้วย

โดยหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ ได้กล่าวถึงความเคารพของหลวงปู่มั่น ที่มีต่อ พระอุบาลีฯ ไว้ดังนี้

"หลวงปู่มั่นเคารพท่านมากนะ เคารพท่านเจ้าคุณอุบาลี พูดคำไหน ๆ แย็บออกรู้ทันที ท่านพูดด้วยความเคารพเลื่อมใส ด้วยความเทิดทูนจริง ๆ คือท่านเจ้าคุณอุบาลีท่านหนักทั้งปฏิบัติด้วย ทั้งปริยัติด้วย ท่านเป็นแบบฉบับได้ เฉพาะอย่างยิ่งทางด้านปริยัติ นำกรรมฐานคือหลวงปู่มั่น หลวงปู่เสาร์" ( หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ "ธรรมนี้สอนเพื่อมรรคผลนิพพานเทศน์อบรมฆราวาส"  ณ วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2543)

รูปจำลองเหตุการณ์
องค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล และองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
ลงมาศึกษาธรรมกับพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันฺโท)
(รูป
AI ป้อนข้อมูลโดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)

จากหนังสือ "รำลึกวันวาน" ได้กล่าวว่า ในพรรษาที่ 3 จำพรรษาที่วัดเลียบ จ.อุบลราชธานี พอออกพรรษา องค์หลวงปู่มั่น ได้ชวนองค์หลวงปู่เสาร์ ลงสู่กรุงเทพฯ จุดประสงค์ศึกษาต่อ "เพราะสมัยนั้นพระปฏิบัติที่มีชื่อเสียง คือ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) เป็นคนอุบลฯ เหมือนกัน มาถึงกรุงเทพฯ แล้วน่าจะอยู่วัดบรมนิวาส เพราะประสงค์จะศึกษากับท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ (รำลึกวันวาน โดย หลวงตาทองคำ จารุวณฺโณ พ.ศ. 2552, หน้า 35)

ในพรรษาที่ 8 ได้ลงมาจำพรรษาที่วัดปทุมวนาราม พร้อมกับไปฟังเทศน์และสนทนาธรรมกับ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) ที่วัดบรมนิวาส (ข้อมูลจาก "รำลึกวันวาน" โดย หลวงตาทองคำ จารุรวณฺโณ , พ.ศ. 2552 หน้า 16)

จากประวัติพระอาจารย์มั่นฯ โดย หลวงตามหาบัว ได้กล่าวไว้ว่า ก่อนที่หลวงปู่มั่น จะไปบำเพ็ญเพียร ยังถ้ำไผ่ขวาง ถ้ำสิงโต จ.ลพบุรี และถ้ำสาลิกา จ.นครนายก ท่านได้รับคำชี้แนะจาก พระอุบาลีฯ

"... เที่ยวจาริกลงไปทางภาคกลาง จำพรรษาที่วัดปทุมวัน พระนครฯ ระยะที่จำพรรษาอยู่วัดปทุมวัน ก็ได้พยายามศึกษาอุบายปัญญาเพิ่มเติมกับท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนฺโท) ที่วัดบรมนิวาสมิได้ขาด"

"พอออกพรรษาแล้ว ท่านก็ออกจาริกไปทางจังหวัดลพบุรี พักอยู่ถ้ำไผ่ขวางเขาพระงามบ้าง ถ้ำสิงโตบ้าง....เวลามีโอกาสก็เข้าไปกราบนมัสการและเล่าธรรมะถวายและเรียนถามปัญหาข้อข้องใจเกี่ยวกับอุบายปัญญากับท่านเจ้าคุณอุบาลี วัดบรมนิวาส ท่านก็ได้รับอธิบายวิธีพิจารณาปัญญาเพิ่มเติมให้จนเป็นที่พอใจ แล้วกราบลาท่านไปเที่ยววิเวกทางถ้ำสาลิกา เขาใหญ่ จังหวัดนครนายก" ( ประวัติท่านพระอาจารย์มั่นฯ โดย หลวงตามหาบัวฯ พ.ศ. 2547, หน้า 38-39)


หอเขียว ที่พำนักของท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)
วัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
(จาก หนังสือ อาจาโรวาท พ.ศ.
2520 พิมพ์ใหม่ พ.ศ. 2550)

2) ได้รับอาราธนาจาก พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) พ.ศ.2457

ภายหลังจากหลวงปู่มั่น ได้จาริกในพื้นที่ จ.นครนายก และ จ.ลพบุรี โดย หลวงปู่มั่น ได้มีโอกาสพบและสนทนาธรรมกับ พระอุบาลีฯ ที่วัดเขาพระงาม (วัดสิริจันทรนิมิต) จ.ลพบุรี ต่อมา พระอุบาลีฯ ได้เดินทางกลับไปกรุงเทพฯ อยู่ที่วัดบรมนิวาสนั้น ท่านเจ้าคุณก็ได้ประกาศความดีของท่านอาจารย์มั่นฯ ให้แก่พระภิกษุสามเณรทั้งหลายฟังว่า

"ท่านอาจารย์มั่นฯ เป็นอาจารย์กัมมัฏฐานที่มีความสามารถมากที่สุดในยุคนี้ ถ้าใครต้องการจะศึกษาธรรมปฏิบัติแล้ว จงไปศึกษากับท่านอาจารย์มั่น ฯ เถิด เธอทั้งหลายจะได้ความรู้จากธรรมปฏิบัติอันลึกซึ้งจากท่านอาจารย์มั่น ฯ" (ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ พ.ศ. 2541, หน้า 176-177)

"ท่านมั่นเป็นกัลยาณมิตร ควรสมาคม" (อัตตโนประวัติ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ฯ โดย หลวงปู่เทศก์ เทสรํสี 2538 หน้า 178)

ท่านเจ้าคุณอุบาลีได้กล่าวเช่นนี้กับพระภิกษุสงฆ์สามเณรทั้งหลายอยู่เสมอๆ ทำให้พระภิกษุสามเณรผู้ใคร่การปฏิบัติธรรม สนใจในท่านอาจารย์มั่นฯ มากขึ้น ต่างก็มีความประสงค์จะไปศึกษาปฏิบัติธรรมกับท่าน

ในปี พ.ศ. 2457 ท่าน (องค์หลวงปู่มั่น) ก็ได้รับการขอร้องจาก พระอุบาลีฯ ให้จำพรรษาที่กรุงเทพฯ ท่านได้เลือกเอาวัดปทุมวนาราม เป็นที่จำพรรษา เพราะเป็นวัดที่สงบสงัดดี (ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ พ.ศ. 2541, หน้า 176-177) อีกทั้งในปีนั้น หลวงปู่หนู ฐิตปญฺโญ ยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส วัดปทุมวนาราม อีกด้วย

ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดสระปทุม ท่านก็พยายามมาที่วัดบรมนิวาสทุกๆ วันธรรมสวนะ ฟังท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ เทศน์ พอหลังจากฟังเทศน์แล้ว ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ก็จะให้เข้าไปหาท่านอยู่  2 ต่อ 2 และขอศึกษาธรรมปฏิบัติกับท่านอาจารย์มั่นฯ ตลอดระยะเวลาพรรษา (ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ พ.ศ. 2541, หน้า 177)

จากคำบอกเล่าของ พระครูกิตติคุณสาทร (มั่น กิตติธโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส ได้ฟังจากพระผู้ใหญ่ เล่ากันสืบมาว่า

"ที่ศาลาอุรุพงศ์จะมีห้องเล็กๆ 2 ห้อง จะเปิดให้พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโตใช้ พระอาจารย์มั่นจะใช้เวลาก่อนที่จะถึงเวลานัดหมายกับท่านเจ้าคุณพระอุบาลีฯ ด้วยการเจริญกรรมฐานที่ศาลาอุรุพงศ์ โดยปกติท่านเจ้าคุณพระอุบาลีฯ ออกรับผู้มาพบตอนบ่าย เวลาประมาณ 16.30 น." (กฐินพระราชทาน วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร ประจำปี 2564, หน้า 24)


รูปจำลองเหตุการณ์พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันฺโท)
กับองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต นั่งสมาธิ บริเวณหอธรรมวิจารณ์
(รูป
AI ป้อนข้อมูลโดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)

จากคำบอกเล่าของหลวงปู่เกษม สนฺตจิตฺโต วัดเขาสนามแจง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ขณะที่ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบรมนิวาส ในสมัยที่ท่านเจ้าคุณอุบาลีเป็นเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส ในช่วงเวลานั้นท่านได้เล่าว่า มีอยู่วันหนึ่งองค์หลวงปู่มั่นได้มาพบท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ทั้ง 2 รูป ได้เข้าไปอยู่ในกุฏิและสนทนาธรรมกัน สามเณรเกษมสงสัยว่าทำไมทั้งสองท่านเข้าเข้าไปอยู่ในกุฏิเป็นเวลานาน ด้วยความยังเป็นเณรและความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็ก ท่านเข้าไปดูที่ช่องข้างฝากุฏิ ภาพที่สามเณรเกษมเห็นคือ เห็นท่านเจ้าคุณอุบาลีกับพระอาจารย์มั่นนั่งทำสมาธิ  ภาพที่ท่านบอกว่า ท่านจำติดตามาตลอด เป็นภาพที่ทำความประทับใจ หลวงปู่เกษมท่านมักจะเล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า เวลาท่านเจ้าคุณอุบาลีและพระอาจารย์มั่นทำสมาธิ ท่านนั่งเป็นชั่วโมง (นายณทัต ภู่แดง,พระอาจารย์มั่น กับจังหวัดลพบุรี หน้า 58)


พระทศพลญาณ พระประธานภายในพระอุโบสถวัดบรมนิวาส
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

(รูปถ่ายเก่าจากหนังสือประวัติวัดบรมนิวาส)

3) ก่อนการจาริกไปจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2471-2472

สืบเนื่องจาก หลวงปู่หนู ฐิตปญฺโญ ขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามแล้ว  เดินทางไปจังหวัดอุบลราชธานี ได้พบและชักชวน หลวงปู่มั่น ลงมากรุงเทพฯ  (อัตตโนประวัติ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ฯ โดย หลวงปู่เทศก์ เทสรํสี 2538 หน้า 179, 186) ในปี พ.ศ. 2471 หลวงปู่มั่น ได้ลงมาจำพรรษา ณ วัดปทุมวนาราม ขณะนั้น พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) ได้ขึ้นไปปรับปรุงวัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่ ภายหลังออกพรรษา จนถึงช่วงในปี พ.ศ. 2472 ท่านได้รับบัญชาจากท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ให้ร่วมเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ และท่านได้จารึกบำเพ็ญธรรมในภาคเหนือต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 12 ปี  (ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ 2541 หน้า 229)


รูปจำลองเหตุการณ์พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันฺโท)
ขณะอาพาธ องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เดินทางมาเยี่ยมสักการะ
(รูป
AI ป้อนข้อมูลโดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)

4) มาเยี่ยมอาพาธท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ

ภายหลังออกพรรษา ปี พ.ศ. 2474 องค์หลวงปู่มั่น ได้ทราบข่าวการอาพาธของท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ที่ท่านกลับมารักษาตัวที่วัดบรมนิวาส มาร่วมในการบำเพ็ญกุศลงานพระราชทานเพลิงศพ ท่านน้อย เปาโรหิตย์ มารดาของ เจ้าพระยามุขมนตรี (อวบ เปาโรหิตย์)  ซึ่งพระราชทานเพลิงวันที่ 26 พฤศจิกายน   พ.ศ. 2474 ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ โดยปรากฏในบันทึกประวัติท่านพ่อลีที่ในช่วงเวลานั้นท่านจำพรรษา ณ วัดปทุมวนาราม ได้มีโอกาสพบกับองค์หลวงปู่มั่นในคราวนี้ หลังจากนั้นท่านพ่อลีจึงได้ติดตามองค์หลวงปู่มั่นขึ้นมายังภาคเหนือ โดยมีรายละเอียดกล่าวไว้ ดังนี้

"... วันหนึ่งเวลากลางคืนนอนหงายดูหนังสือพร้อมภาวนา พอเคลิ้มหลับได้เห็นพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต มาดุว่า "ท่านอยู่ทำไมในกรุงเทพฯ ไม่ออกไปอยู่ป่า" ก็ได้ตอบท่านว่า "พระอุปัชฌาย์ไม่ยอมให้ไป" ท่านตอบคำเดียวว่า "ไป" จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานถึงท่านว่า "เมื่อออกพรรษาแล้ว ขอให้ท่านมาโปรดเราเอาไปให้จงได้"

ต่อมาไม่กี่วัน เจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) วัดบรมนิวาส เกิดอาพาธขาหัก พระอาจารย์มั่นก็ได้เดินทางมานมัสการเยี่ยมเจ้าคุณพระอุบาลีฯ วันหนึ่งคุณนายน้อย มารดาเจ้าคุณมุขมนตรีได้ถึงแก่กรรม เจ้าภาพได้กำหนดการฌาปนกิจที่วัดเทพศิรินทราวาส คุณนายคนนี้ได้มีอุปการะแก่พระอาจารย์มั่นสมัยที่อยู่ จ.อุดรธานี ท่านได้ตั้งใจมาในงานศพนี้ด้วย เรากับพระอุปัชฌาย์ก็ได้รับนิมนต์ไปในงานฌาปนกิจครั้งนี้ด้วย ได้ไปพบพระอาจารย์มั่นบนเมรุเผาศพ มีความดีใจอย่างยิ่ง แต่ไม่มีโอกาสได้สนทนากับท่านแม้แต่คำเดียว จึงได้เข้าไปถามเจ้าคุณพระอมราภิรักขิต ท่านก็เล่าให้ฟังว่า พระอาจารย์มั่นได้มาพักอยู่ที่วัดบรมนิวาส จึงได้ลาพระอุปัชฌาย์ไปแวะวัดบรมนิวาสเพื่อพบพระอาจารย์มั่น

นับแต่อุปสมบทล่วงแล้วได้ 4 พรรษา เพิ่งจะได้มาพบท่านอีกในคราวนี้ ก็ได้เข้าไปกราบไหว้ ท่านก็เมตตาแสดงธรรมให้ฟังว่า ขีณาชาติ วุสิตัง พรหมจริยันติ แปลได้ใจความสั้นๆ ว่า พระอริยเจ้าขีณาสพทั้งหลาย ท่านทำตนให้เป็นผู้พ้นจากอาสวะแล้วมีความสุข นั้นคือ พรหมจรรย์อันประเสริฐ จำได้เพียงเท่านี้ แต่รู้สึกว่าเราไปนั่งฟังคำพูดของท่านเพียงเล็กน้อยใจนิ่งเป็นสมาธิดีกว่าเรานั่งทำคนเดียวมากมาย ในที่สุดท่านก็สั่งว่า คุณต้องไปกับเราในคราวนี้ ส่วนอุปัชฌาย์นั้นเราจะไปเรียนท่านเอง สนทนากับได้เพียงเท่านั้นแล้วได้ลากลับวัดสระปทุม

ได้เล่าเรื่องที่ได้ไปพบพระอาจารย์มั่นให้พระอุปัชฌาย์ฟัง ท่านก็นั่งฟังแล้วนิ่งอยู่ วันรุ่งขึ้นพระอาจารย์มั่นได้ไปที่วัดสระปทุม แล้วพูดกับพระอุปัชฌาย์ว่า จะให้พระรูปนี้ติดตามไปด้วยในเมืองเหนือ พระอุปัชฌาย์ก็อนุญาต จึงได้จัดแจงตระเตรียมบริขารของตน ร่ำลาสั่งเสียเพื่อนฝูงและศิษย์ ได้ถามลูกศิษย์ถึงมูลค่าปัจจัยในการเดินทาง ได้รับตอบว่าเหลือเพียง 30 สตางค์ เฉพาะค่ารถจากวัดสระปทุมไปถึงสถานีหัวลำโพง จะต้องจ่ายถึง 50 สตางค์ คิดแล้วค่ารถจากวัดไปถึงสถานีหัวลำโพงก็ไม่พอเสียแล้ว จึงได้กราบเรียนให้พระอาจารย์มั่นทราบ ท่านก็รับรองว่าจะจัดการให้

ก่อนจะถึงกำหนดเวลาประชุมเพลิงคุณนายน้อย 1 วัน ท่านได้รับนิมนต์ไปแสดงธรรมที่บ้านเจ้าพระยามุขมนตรี เจ้าภาพได้ถวายผ้าไตร 1 ไตร น้ำมันก๊าด 1 ปีบ และเงิน 80 บาท ท่านเล่าให้ฟังว่า ผ้าไตรได้ถวายพระวัดบรมนิวาส น้ำมันก๊าดถวายพระมหาสมบูรณ์ ปัจจัยได้แจกจ่ายแก่ผู้ไม่มี เหลือไว้พอดีค่ารถ 2 คน คือเรากับท่าน เมื่อได้พักผ่อนพอสมควรแล้ว เจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ก็ให้ท่านกลับขึ้นไปเมืองเหนือ ได้เดินทางขึ้นไปพักอยู่ที่วัดศัลยพงศ์ จ.อุตรดิตถ์ ก่อนที่จะขึ้นรถด่วนที่สถานีหัวลำโพง ได้พบโยมแม่ง้อ เนตรจำนงค์ ซึ่งจะได้ลงมาในงานฌาปนกิจศพคุณนายน้อยหรืออย่างไรไม่ทราบ โยมแม่ง้อเคยเป็นศิษย์พระอาจารย์มั่น จึงได้รับเป็นโยมอุปัฏฐาก ขณะเดินทางในรถไฟไปตลอดทาง เมื่อเดินทางถึง จ.อุตรดิตถ์ แล้ว ได้ไปพักอยู่ที่วัดศัลยพงศ์หลายวัน แล้วได้ออกไปพักอยู่ในป่าละเมาะแห่งหนึ่งห่างจากกุฏิ เป็นที่เงียบสงัดวิเวกทั้งเวลากลางวันและกลางคืน … " (ประวัติ ท่านพ่อลี ธมฺมธโร จาก http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=21381&f=13)

5) กลับจากจาริกภาคเหนือสู่กรุงเทพฯ ครั้งสุดท้าย

 ภายหลังจากที่หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต บำเพ็ญสมณธรรมทางภาคเหนือ ระหว่างปี พ.ศ. 2472 – 2483 เป็นระยะเวลา 12 ปี ตามการอาราธนานิมนต์ของ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) และกล่าวกันว่าท่านถึงที่สุดแห่งทุกข์ในช่วงนี้เอง

ในเดือนพฤษภาคม ก่อนเข้าพรรษาปี พ.ศ. 2483 พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) ได้กราบอาราธนาหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต กลับสู่แผ่นดินอีสาน (ประวัติท่านพระอาจารย์มั่นฯ โดย หลวงตามหาบัวฯ พ.ศ. 2547, หน้า 367-371) โดยเดินทางด้วยรถไฟ ถึงกรุงเทพฯ เข้าพักที่วัดบรมนิวาสก่อนเดินทางไปภาคอีสาน ระหว่างที่พักอยู่ที่วัดบรมนิวาส ได้มีพระเถระและฆราวาส ได้มากราบและสอบถามธรรมะจากท่าน โดยมีบันทึก ดังต่อไปนี้

รูปจำลองเหตุการณ์สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส)
สนทนาธรรมกับองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เมื่อครั้งเดินทางกลับจากภาคเหนือ
พัก ณ วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ.
2483
(รูป AI ป้อนข้อมูลโดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)

5.1) ธรรมนั้นมีอยู่ทุกหย่อมหญ้า สำหรับผู้มีปัญญา

 ในขณะนั้นท่านเจ้าคุณพระอุบาลีฯ ก็ได้มรณภาพไปแล้ว ได้พบกับท่านสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺโส อ้วน) เป็นเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาสแทน ในคราวหนึ่ง ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ จึงถามท่านอาจารย์มั่นฯ ว่า  เมื่อเวลาเข้าไปอยู่ในป่า ไม่มีตำราจะหาธรรมที่ถูกต้องได้อย่างไร

พระอาจารย์มั่น ฯ ตอบโดยไม่ต้องคิดว่า

"ธรรมนั้นมีอยู่ทุกหย่อมหญ้า สำหรับผู้มีปัญญา"

หลวงปู่มั่นได้อธิบายว่า

"...จิตที่ได้รับการอบรมที่ถูกต้องแล้วปัญญาย่อมเกิดขึ้น จะมองดูอะไรก็เป็นนิยายนิกธรรมทั้งสิ้น ส่วนผู้ไม่ได้รับการอบรมจิตที่ถูกต้อง ปัญญาแท้จริงก็ไม่เกิด แม้ผู้นั้นกำลังจับพระไตรปิฎกอ่านอยู่ก็ไม่เป็นผล ยิ่งทำให้เกิดความลังเลสงสัยตลอดไป ส่วนผู้มีปัญญาอบรมมาด้วยจิตที่ถูกต้อง แม้จะไม่ต้องจับพระไตรปิฎก แต่ก็น้อมเอาสิ่งต่าง ๆ มาเป็นธรรม เป็นยอดพระไตรปิฎกได้ ... เพราะเหตุนั้นธรรมจึงมีอยู่ทุกหย่อมหญ้ามิใช่หรือ?" (ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ 2541 หน้า 279)

5.2) รักษาศีลเพียงข้อเดียว

ในระยะที่พักอยู่ที่วัดบรมนิวาสนั้นปรากฏว่ามีฆราวาสมาถามปัญหากับท่าน โดยกล่าวว่าท่านรักษาศีลเพียงข้อเดียว มิได้รักษาถึง 227 องค์ เหมือนพระทั้งหลายที่รักษากันใช่หรือไม่?

ท่านตอบว่า "อาตมารักษาใจไม่ให้คิดพูดทำในทางผิด อันเป็นการล่วงเกินข้อห้ามที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ จะเป็น 227 หรือมากกว่านั้นก็ตาม บรรดาที่เป็นข้อทรงบัญญัติห้าม อาตมาก็เย็นใจว่า ตนมิได้ทำผิดต่อพุทธบัญญัติ ส่วนท่านผู้ใดจะว่าอาตมารักษาศีล 227 หรือไม่นั้น สุดแต่ผู้นั้นจะคิดจะพูดเอาตามความคิดของตน เฉพาะอาตมาได้รักษาใจอันเป็นประธานของกายวาจาอย่างเข้มงวดกวดขันตลอดมา นับแต่เริ่มอุปสมบท" (ประวัติท่านพระอาจารย์มั่นฯ โดย หลวงตามหาบัวฯ พ.ศ. 2547, หน้า 373-375)

5.3)  อยู่ในป่าเขาเกิดปัญหาจะแก้ไขอย่างไร

ในช่วงที่พักที่วัดบรมนิวาส มีพระมหาเถระมาถามข้อธรรมกับองค์หลวงปู่มั่น ในยามที่ท่านอยู่ป่าเขาเพียงรูปเดียว หากเกิดข้อติดขัดปัญหาทางธรรม ท่านทำอย่างไร หลวงปู่มั่น ได้กล่าวตอบว่า

"ใจเป็นสถานที่รบข้าศึกทั้งมวล และเป็นที่ปลดเปลื้องกิเลสทั้งปวงในขณะที่ปัญหาแต่ละข้อตกไป คำว่า อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งของตนนั้น เกล้าฯ ได้ประจักษ์ใจตัวเองขณะปัญหาแต่ละข้อเกิดขึ้น และสามารถแก้ไขกันลงได้ทันท่วงที ด้วยอุบายวิธีของสติปัญญาที่เกิดกับตนโดยเฉพาะ มิได้ไปเที่ยวคว้ามาจากตำราหรือคัมภีร์ใดในขณะนั้น แต่ธรรมคือสติปัญญาในหลักธรรมชาติ หากผุดออกรับออกรบและแก้ไขกันไปในตัว และผ่านพ้นไปได้โดยลำดับไม่อับจน (ประวัติท่านพระอาจารย์มั่นฯ โดย หลวงตามหาบัวฯ พ.ศ. 2547, หน้า 377-380)

ภายหลังจากนั้น ท่านได้มาเผยแผ่ธรรมทางภาคอีสาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 จนกระทั่งมรณภาพในปี พ.ศ. 2492 วัดบรมนิวาส และวัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร ทั้งสองพระอารามจึงได้รับการบันทึกไว้ เป็นอารามที่พระบูรพาจารย์พระกรรมฐานแห่งยุค ได้เข้ามาพำนักบำเพ็ญสมณธรรมในกรุงเทพฯ โดยมี พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) เป็นหนึ่งในพระบูรพาจารย์ของท่าน


รูปจำลองหลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ

เข้ากราบนมัสการ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)

ณ วัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน กรุงเทพ

(รูป AI ป้อนข้อมูลโดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)

6) หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ กับวัดบรมนิวาส

สุดยอดพระเกจิอาจารย์ฝั่งธนบุรี ในช่วงกึ่งพุทธศตวรรษ ผู้มีปฏิปทาอันงดงาม ยังเป็นที่ศรัทธาของสาธุชนในทุกระดับชั้น ตั้งแต่พระราชวงศ์ จนถึงประชาชนทั่วไป ถึงแม้ท่านจะมรณภาพไปเกือบ 40 ปีแล้ว ก็ยังเป็นที่กล่าวขวัญถึงทุกวันนี้ ท่านคือ ท่านเจ้าคุณพระราชสังวรภิมณฑ์ หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ

ถึงแม้ท่านเป็นชาวอำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ไม่ใช่ชาวอีสาน ท่านยังได้มีโอกาสเรียนธรรมะกับ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ในบันทึกจากคำบอกเล่าของท่านเอง ที่ปรากฏในหนังสือ ประชุมพระธรรมเทศนาและหลวงปู่สอนธรรม ทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้พิมพ์พระราชทานในงานพระราชทานเพลิงของหลวงปู่ เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2524 ท่านได้เล่าไว้ในตอนท้ายพระธรรมเทศนาในหัวข้อ "การรักษาศีล"

โดยท่านกล่าวว่า เหตุที่ทำให้ท่านได้พบกับหลวงปู่มั่น จากการช่วยเหลือโดย ท่านเจ้าคุณ          พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) อดีตเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ ตั้งแต่ที่ตัวท่านเองยังอยู่ในช่วงวัยหนุ่ม ความว่า

 

"อาตมายังเป็นพระหนุ่มๆ อยู่ บอกเจ้าคุณอุบาลี วัดบรมนิวาสว่า เมื่อหลวงพ่อองค์นี้ (คือ         หลวงปู่มั่น) ลงมา ช่วยบอกผมด้วยนะครับ ผมจะมาฟังธรรมะธัมโมของท่าน"

หลวงปู่โต๊ะ ได้บอกเล่าความรู้สึก เมื่อได้เข้าพบอยู่ใต้ร่มบารมีธรรมหลวงปู่มั่น ไว้ว่า

"พอเราเข้าไปกราบท่านนั้น เย็นใจ คอเย็น ขออภัย เหมือนยังกับเข้าไปอยู่ในร่ม อากัปกิริยาเหมือนยังกะเราเข้าไปอยู่ในร่ม เย็น เย็นหู เย็นตา เย็นใจ ทั้งตัวเย็น เย็นไปหมด"

หลวงปู่มั่น ได้แนะนำกรรมฐาน 40 กอง โดยเฉพาะอานาปานสติ ให้เป็นยอดกรรมฐาน พร้อมกับการบริกรรม พุทโธ

"ดูลม ดูลมให้ละเอียด ถ้าละเอียด ละเอียดหนักๆ ขึ้น เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่าเราหายใจ นะคุณนะ ไม่รู้ว่าหายใจ หายใจเข้า หายใจออก อย่างไร เราไม่รู้เรื่อง ... ต้องมีสติผูกจิตไว้ด้วย ท่านว่างั้น อะไรผ่านจำ ท่านว่าให้จำ จำไว้ๆ"

หลวงปู่มั่น ยังอธิบายถึงสิ่งที่จะต้องพบระหว่างบำเพ็ญกรรมฐาน อาการของสมาธิ อีกทั้งความแตกต่างระหว่าง วิปัสสนูปกิเลส กับ วิปัสสนา เมื่อพบแล้วจะต้องปฏิบัติอย่างไร ดังนี้

"เวลานั้นจะสว่างไม่ใช่เล่น สว่างไสวไปหมด ดูข้างดูเคียง ดูอะไรๆ ... เขาเรียกว่า วิปัสสนูปกิเลส

อย่าไปหลง อย่าไปหลง เราเรียกว่า วิปัสสนูปกิเลส ที่สว่าง ดับวูบ นั่นก็คือธรรมะคือวิปัสสนา นั่นคือวิปัสสนาปิดหมด จะสว่างไสว มันสว่างไสวปลอดภัยทุกอย่าง อย่าไปหลงเข้านะ อย่าไปหลง"

 

หลวงปู่มั่น ยังได้อธิบายความสำคัญของสมถกรรมฐาน หลวงปู่โต๊ะยังได้สอบถามถึงจำนวนครั้งของการทำกรรมฐาน หลวงปู่มั่นได้ตอบว่า

"นับไม่ถ้วน ท่านว่า นี่ฉันก็ทำ ท่านว่า นี่ฉันก็ทำสมถะ ท่านนั่ง ท่านนอน ท่านยืน ท่านเดิน ท่านก็ทำ กายใจเงียบกริบๆ ทุกคนต้องทำ ถ้ามันติดขัดอย่างไร ก็มาใหม่ ต้องทำเรื่อยๆ

ยืนในพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ นั่งในพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ นอนในพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ เป็นพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ไปหมด นี่ความหลุดพ้นเรียกว่าวิมุตติ ก็เกิดขึ้น ความชั่วหามีกับเราไม่ ด้วยอาศัยการปฏิบัติ ที่เราถือกุญแจลูกนี้ไขเรื่อยๆ ไป กว่าจะถึงหลักพระนิพพานที่เป็นแก่นสาร"

อนึ่ง จากบันทึกไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ท่านได้พบหลวงปู่มั่น เป็นเวลาและสถานที่ใด แต่จากการที่ท่านได้ขอให้ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ช่วยเป็นธุระในการแจ้งการมาของหลวงปู่มั่น อาจจะเป็นที่กรุงเทพฯ ซึ่งสถานที่หลวงปู่มั่นเคยพำนัก คือ วัดปทุมวนาราม กับ วัดบรมนิวาส

อีกทั้งจากประวัติของหลวงปู่โต๊ะ ซึ่งในช่วงเวลาออกพรรษา ท่านจะจาริกหาความวิเวกทางภาคเหนือ อาจเป็นไปได้ว่า ท่านอาจได้พบหลวงปู่มั่น ในช่วงเวลา 12 ปีที่ท่านจาริกอยู่ทางภาคเหนือเช่นเดียวกันก็เป็นได้

เรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือ ประชุมพระธรรมเทศนาและหลวงปู่สอนธรรม ทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้พิมพ์พระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพ พระราชสังวรภิมณฑ์ (โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ เถร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประดู่ฉิมพลี ณ เมรุหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2524

แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น

อ้างอิง

1) หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ "ธรรมนี้สอนเพื่อมรรคผลนิพพานเทศน์อบรมฆราวาส"  ณ วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พุทธศักราช 2543 https://luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=463...

2) ประวัติพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร โดย หลวงปู่มหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ พ.ศ. 2547

3) ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ พ.ศ. 2541

4) รำลึกวันวาน โดย หลวงตาทองคำ จารุรวณฺโณ พ.ศ. 2552

5) ภูธร ภูมะธน, กฐินพระราชทาน วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร ประจำปี พ.ศ. 2564

6) อัตตโนประวัติ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ฯ โดย หลวงปู่เทศก์ เทสรํสี พ.ศ. 2538

7) ภูธร ภูมะธน ประธานคณะทำงาน,พระอาจารย์มั่น กับจังหวัดลพบุรี พ.ศ. 2563

https://www.facebook.com/304819377129620/posts/1026050998339784/

 

 

แสดงความเห็น  >>คลิ๊กที่นี่<<

< ตอนก่อนหน้า : ตอนต่อไป >