ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ร่วมเดินไปยังสถานที่ที่เกี่ยวเนื่อง กับองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต พร้อมเรื่องราวความสำคัญ ศิษยานุศิษย์ที่เข้ามาฝากตัว เป็นสานุศิษย์ถักทอสู่ "กองทัพธรรมพระกรรมฐาน" โดยเว็บมาสเตอร์ www.luangpumun.org และสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ศิษยานุศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จากรายการ แฟนพันธุ์แท้ 2018

เมนูหลัก ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น คลิ๊ก

กระแสจิตถึงท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ

ณ ถ้ำไผ่ขวาง พ.ศ. 2455-2456

ตามรอยธรรมหลวงปู่มั่น ตอนที่ 13

องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต หลังจากบำเพ็ญสมณธรรม ณ ถ้ำสาริกา อ.เมือง จ.นครนายกแล้ว ท่านได้จาริกมายัง ถ้ำไผ่ขวาง จ.ลพบุรี ได้พักบำเพ็ญธรรมตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2455 และยังจำพรรษาในปี พ.ศ. 2456

ถ้ำไผ่ขวาง ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของเทือกเขาพระงาม ในอดีตเป็นอาณาบริเวณเดียวกันกับ             วัดสิริจันทรนิมิตร ที่เริ่มต้นก่อสร้าง โดย พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) เมื่อปี พ.ศ. 2455 ตั้งอยู่ในบริเวณทิศใต้ของเทือกเขาพระงาม ดังปรากฏที่จารึกผนังถ้ำไผ่ขวาง พระศีลวรคุณ               (ลำเจียก สงฺกิจฺโจ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสิริจันทรนิมิตร ได้ดำเนินการก่อสร้างผนังถ้ำไผ่ขวางเมื่อปี          พ.ศ. 2461 โดยชื่อถ้ำไผ่ขวาง เป็นชื่อตามหมู่บ้านไผ่ขวาง ที่ตั้งอยู่ที่ราบเชิงเขาที่ตั้งของถ้ำ


ถ้ำไผ่ขวาง หรือ ถ้ำสิงห์โต ปัจจุบันตั้งอยู่ใน วัดทุ่งสิงห์โต อ.เมือง จ.ลพบุรี

(รูปจากคลังรูป Admin)

ต่อมาชาวบ้านไผ่ขวางได้ร่วมกันสร้างวัดประจำหมู่บ้าน ชื่อ วัดทุ่งสิงห์โต สำเร็จเป็นวัดโดยสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2470 ทำให้ถ้ำไผ่ขวางได้ถูกเรียกว่า ถ้ำสิงห์โต ตามชื่อวัดที่ตั้งในปัจจุบัน ที่กล่าวกันว่าตั้งตามนิมิตองค์หลวงปู่มั่นที่เห็นลูกสิงห์โต 2 ตัวเล่นหยอกล้อกันบริเวณหน้าถ้ำ (รำลึกวันวาน โดย หลวงตาทองคำ จารุวณฺโณ พ.ศ. 2552, หน้าที่ 32) ในทางโบราณคดี ปรากฏว่า อาณาบริเวณเทือกเขาพระงามเคยเป็นพุทธสถานและเป็นแหล่งที่มีการตั้งถิ่นฐานมายาวนาน พบหลักฐานตั้งแต่สมัยทวารวดี ถึง อยุธยา (กฐินพระราชทาน วัดสิริจันทรนิมิตร ประจำปี 2563, หน้าที่ 51-60)

การที่องค์หลวงปู่มั่น ได้มาบำเพ็ญเพียรยังถ้ำไผ่ขวาง เป็นการแนะนำของ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) โดย ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ได้อนุเคราะห์ออกปัจจัยซื้อตั๋วรถไฟถวายให้เดินทางมายังถ้ำไผ่ขวาง (รำลึกวันวาน โดย หลวงตาทองคำ จารุรวณฺโณ พ.ศ. 2552, หน้าที่ 23) นอกจากการมาบำเพ็ญเพียรในส่วนของท่านเองแล้ว ท่านยังได้พบและให้การอบรมธรรมะแด่    พระเทพวรคุณ (อ่ำ ภทฺราวุโธ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสิริจันทรนิมิตร ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ ของท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ที่ได้รับมอบหมายให้มาดูแลการสร้างวัดนี้ในช่วงเริ่มต้น ในบางคราวยังได้พบกันกับ ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ที่เข้ามาตรวจการก่อสร้างวัด (พระอาจารย์มั่น กับจังหวัดลพบุรี, หน้าที่ 21-46) จนเป็นเหตุการณ์สนทนาธรรมครั้งประวัติศาสตร์

อีกทั้งการได้พบกับ พระอาจารย์เภา พุทฺธสโร ทำให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ระหว่างพระผู้ปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ มีจุดหมายเดียวกัน ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป

จากหนังสือประวัติหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต โดย หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ได้ระบุในช่วงปี                 พ.ศ. 2455-2456 และจากบันทึกวงศ์ธรรมยุติในภาคอีสาน โดย หลวงปู่เทสก์ เทสรงฺสี ได้ระบุว่า องค์หลวงปู่มั่นได้จำพรรษา ณ ถ้ำไผ่ขวาง ในปี พ.ศ. 2456 ขณะที่ องค์หลวงปู่มั่นพักอยู่ที่ ถ้ำไผ่ขวาง ได้มีโอกาสพบและสนทนากับ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) ซึ่งท่านมาเยี่ยมวัดเขาพระงาม (ปัจจุบันคือ วัดสิริจันทรนิมิตร) เป็นเหตุให้ในปีถัดมา คือ ปี พ.ศ. 2457 องค์หลวงปู่มั่น ได้จำพรรษาที่วัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ ตามคำอาราธนาของ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) วัดบรมนิวาส

โดยมีลำดับเหตุการณ์สำคัญ ณ วัดถ้ำไผ่ขวาง ดังนี้

รูปจำลองเหตุการณ์องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
รำลึกถึง พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)
ขณะมาเพ็ญเพียรอยู่ที่ถ้ำไผ่ขวาง อ.เมือง จ.ลพบุรี

(รูป AI ป้อนข้อมูลโดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)

1) องค์หลวงปู่มั่น รำลึกถึง ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์

ขณะที่องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต บำเพ็ญสมณธรรม ณ ถ้ำสิงห์โต จังหวัดลพบุรี ในคืนวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 8 ได้ระลึกไปถึงท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) ณ ที่วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ ว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่ที่วัดนั้น

ปรากฏว่าท่านเจ้าคุณอุบาลี ฯ ท่านกำลังนั่งสมาธิอยู่ที่ศาลาเหลือง (น่าจะหมายถึง ศาลาอุรุพงษ์) ในเวลานั้นเป็นเวลาราว 23.00 น. เศษ นั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และกำลังพิจารณาปฏิจจสมุปบาท

ท่านเจ้าคุณอุบาลี ฯ ท่านได้พิจารณาถอยร่นปฏิจจสมุปบาท มาจนถึงรูปนามนี้แล้ว ท่านเกิดความสงสัยว่า

"ถอยจากรูปนามยังมีวิญญาณและสังขาร แล้วจึงขึ้นต้นด้วยอวิชชา และวิญญาณ สังขารนี้ก็มีแล้วในนามรูป เหตุไฉน จึงมามีสังขารและวิญญาณ โดยเฉพาะของตัวมันอีก"

เมื่อท่านเกิดความสงสัยแล้ว ก็เลิกพิจารณาในวันนั้น (ประวัติหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต โดย หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)

รูปจำลองเหตุการณ์องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
ถวายธรรม พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)
ณ วัดสิริจันทรนิมิตร อ.เมือง จ.ลพบุรี

(รูป AI ป้อนข้อมูลโดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)

2) องค์หลวงปู่มั่น ถวายธรรมปฏิบัติแด่ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์

          อยู่มาวันหนึ่งท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ได้เดินทางมาที่เขาพระงาม (ปัจจุบันคือ วัดสิริจันทรนิมิตร หรือ วัดเขาพระงาม) ลพบุรี ซึ่งขณะนั้นองค์หลวงปู่มั่น ก็ได้พักบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ ณ ที่นั้นเช่นกัน เมื่อได้ทราบว่าท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ มา ท่านก็ไปนมัสการและได้สนทนาปราศรัยตามปกติ ภายหลังจากที่ได้สนทนาพอสมควรแล้ว องค์หลวงปู่มั่น ได้ถามขึ้นว่า

"เมื่อคืนวันที่ 10 ค่ำที่แล้ว คือเดือน 8 นั้น ท่านเจ้าคุณนั่งสมาธิอยู่ที่ศาลาเหลือง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เวลาประมาณ 23.00 น. เศษ ได้พิจารณาถึงปฏิจจสมุปบาท หวนกลับไปกลับมา แล้วเกิดความสงสัยขึ้นมาตอนหนึ่งใช่ไหมครับ"

ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ เมื่อได้ฟังคำถามเช่นนั้นถึงกับตกตะลึง ไม่นึกเลยว่าองค์หลวงปู่มั่น ท่านจะมาล่วงรู้ถึงการพิจารณาของท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ เอง ที่ได้พิจารณาด้วยตัวเองโดยมิได้บอกให้ใครรู้เลย

ท่านจ้าคุณอุบาลีฯ จึงพูดถามองค์หลวงปู่มั่น ว่า

          "ก็ท่านอาจารย์ว่าอย่างไรเล่า ที่ผมสงสัย อธิบายให้ผมฟังบ้างได้ไหม?"

ท่านอาจารย์มั่นจึงตอบว่า "ได้" แล้วท่านก็ได้อธิบายถวายท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ว่า

"ปฏิจจสมุปบาท ข้อที่ว่าวิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร สังขารเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูปนั้นแล ในนามรูปก็มีทั้งวิญญาณและสังขาร ซึ่งมันจะมีการแตกต่างกันดังนี้ คือ

สังขาร วิญญาณ ที่ต่อจากอวิชชานั้น เรียกว่าสังขารกรรม วิญญาณกรรม แตกต่างกับสังขาร-วิญญาณ-ของนามรูป ... ที่กระผมได้อธิบายมานี้เป็นสักแต่แนวทางเท่านั้น ตามความเป็นจริงต้องมีตาภายในคือกระแสจิต กระแสธรรมเท่านั้น ที่จะเขาไปรู้จริงได้"

เมื่อท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ได้ฟังดังนั้นก็ถึงกับอุทานขึ้นว่า

"อ้อ เราเข้าใจแล้ว ท่านอาจารย์รู้ใจผมได้ดีมาก และถูกต้องทุกประการ และแก้สงสัยให้ผมได้ราวกับปลิดทิ้ง ผมพยายามพิจารณาเรื่องนี้มานาน แต่ยังไม่แจ่มแจ้ง เพิ่งจะแจ่มแจ้งในเวลานี้เอง" (ประวัติหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต โดย หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)

วัดสิริจันทรนิมิตร อ.เมือง จ.ลพบุรี ในปัจจุบัน

(รูปจากคลังรูป Admin)

3. ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีฯ ยกย่อง องค์หลวงปู่มั่น

หลังจากที่องค์หลวงปู่มั่น ได้ถวายธรรมปฏิบัติแด่ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์แล้ว ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ก็ได้เดินทางกลับไปกรุงเทพฯ อยู่ที่วัดบรมนิวาสนั้น ท่านเจ้าคุณก็ได้ประกาศความดีของ       องค์หลวงปู่มั่น ให้แก่พระภิกษุสามเณรทั้งหลายฟังว่า

"ท่านอาจารย์มั่นฯ เป็นอาจารย์กัมมัฏฐานที่มีความสามารถมากที่สุดในยุคนี้ ถ้าใครต้องการจะศึกษาธรรมปฏิบัติแล้ว จงไปศึกษากับท่านอาจารย์มั่น ฯ เถิด เธอทั้งหลายจะได้ความรู้จากธรรมปฏิบัติอันลึกซึ้งจากท่านอาจารย์มั่น ฯ" (ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ 2541 หน้าที่ 177)

"ท่านมั่นเป็นกัลยาณมิตร ควรสมาคม"  (อัตตโนประวัติ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ฯ โดย หลวงปู่เทศก์ เทสรํสี 2538 หน้าที่ 178)

"ท่านมั่นนี้เก่งจริง เราเองเป็นขนาดอาจารย์ แต่ไม่เป็นท่า น่าอายท่านมั่นเหลือเกิน ท่านมั่นเก่งจริง"

"มันต้องอย่างนี้ซิลูกศิษย์พระตถาคต ถึงจะเรียกว่าเดินตามครู พวกเราอย่าทำตัวเป็นโมฆะจากธรรมของพระพุทธเจ้าเสียหมด ต้องมีผู้ทรงธรรมท่านไว้บ้าง สมกับธรรมเป็นอกาลิโก ไม่ปล่อยให้กาลสถานที่และความเกียจคร้านเอาไปกินเสียหมด ธรรมจะไม่ปรากฏแก่โลกทั้งที่พระพุทธเจ้าประกาศสอนแก่หมู่ชน ต้องทำอย่างท่านมั่นที่ได้ความรู้ต่าง ๆ มาเล่าสู่กันฟังอย่างนี้จึงเป็นที่น่าชมเชย" (ประวัติพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร โดย หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ พ.ศ. 2557 หน้าที่ 62-63)

ท่านเจ้าคุณอุบาลีได้กล่าวเช่นนี้กับพระภิกษุสงฆ์สามเณรทั้งหลายอยู่เสมอๆ ทำให้พระภิกษุสามเณรผู้ใคร่การปฏิบัติธรรม สนใจในท่านอาจารย์มั่นฯ มากขึ้น ต่างก็ต้องการจะไปศึกษาปฏิบัติธรรมกับท่าน

ในปีนั้นเป็น พ.ศ. 2457 ท่านได้รับการขอร้องจากท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ให้จำพรรษาที่กรุงเทพ ฯ ท่านได้เลือกเอาวัดสระปทุม (ปัจจุบันคือ วัดปทุมวนาราม) เป็นที่จำพรรษา เพราะเป็นวัดที่สงบสงัดดี

รูปจำลอง องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต กับ พระอาจารย์เภา พุทฺธสโร

(รูป AI ป้อนข้อมูลโดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)

4. องค์หลวงปู่มั่น กับ พระอาจารย์เภา พุทฺธสโร

ครูบาอาจารย์พระปฏิบัติในจังหวัดลพบุรี ที่องค์หลวงปู่มั่นได้เคยกล่าวถึงรูปหนึ่ง คือ                  พระอาจารย์เภา พุทฺธสโร วัดถ้ำตะโก ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นสำนักปฏิบัติธรรมฝ่ายมหานิกาย กล่าวกันว่าในสมัยที่องค์หลวงปู่มั่น ได้มาบำเพ็ญเพียรยังถ้ำไผ่ขวาง (ปัจจุบันคือ วัดทุ่งสิงห์โต) และเขาพระงาม (ปัจจุบันคือ วัดสิริจันทรนิมิตร) จังหวัดลพบุรี ระหว่างปี พ.ศ. 2455 - 2456 ท่านได้มาเยี่ยมสำนักและพบกับพระอาจารย์เภาด้วย

พระอาจารย์เภา พุทฺธสโร เป็นชาวจังหวัดนครสวรรค์ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2415 อุปสมบท เมื่อปี    พ.ศ. 2435 เมื่ออุปสมบทแล้วได้ศึกษาและสอนปริยัติธรรมอยู่ระยะหนึ่ง จนเกิดความเบื่อหน่าย ได้ออกแสดงหาความวิเวก ทั้งที่ประเทศพม่า, อ.แม่สอด จ.ตาก, พระแท่นศิลาอาสน์ จ.อุตรดิตถ์ ประมาณ       พ.ศ. 2446 ท่านได้เดินทางมายังจังหวัดลพบุรี และพบถ้ำตะโก เริ่มสร้างสำนักปฏิบัติแห่งนี้ ต่อมาเมื่อประมาณ พ.ศ. 2460-2465 ท่านได้มาเริ่มสร้างวัดเขาวงกฏ กล่าวกันว่าในยุคนั้น วัดถ้ำตะโก และ วัดเขาวงกฏ เป็นสำนักปฏิบัติธรรมที่เคร่งครัดมาก พระอาจารย์เภาได้มรณภาพ ณ อุโบสถ วัดปฐมพานิช อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2474 สิริอายุ 60 ปี พรรษาที่ 40 (http://www.dharma-gateway.com/.../lp-pao-wat-tumtako-hist...)

จากความทรงจำของ พระเทพวรคุณ (พิมพ์ ปญฺญาปทีโป) อดีตเจ้าอาวาสวัดสิริจันทรนิมิตร และ พระครูโสภณธรรมาจารย์ (สุต สุจิตฺโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดปฐมพานิช ได้เล่าว่า องค์หลวงปู่มั่นกับ      พระอาจารย์เภา มีความเคารพซึ่งกันและกัน ในบางครั้งท่านทั้งสองยังได้ลงสังฆกรรมอุโบสถร่วมกันโดยไม่แบ่งนิกาย (พระอาจารย์มั่น กับจังหวัดลพบุรี, หน้าที่ 59,63) แสดงถึงการยอมรับในความบริสุทธิ์ระหว่างกัน

ดั่งปรากฏในประวัติของ หลวงปู่ชา สุภทฺโท เมื่อครั้งที่หลวงปู่ชา ได้มากราบองค์หลวงปู่มั่น เป็นครั้งแรก ณ วัดป่าบ้านหนองผือ ต.นาใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ในช่วงหลังจากออกพรรษาปี พ.ศ. 2490 โดยได้กราบเรียนองค์หลวงปู่มั่นว่า ก่อนที่จะเดินทางมาที่สกลนคร ได้ศึกษาการปฏิบัติ อยู่ในสำนักของ  พระอาจารย์เภา โดยมีโยมอินทร์ ซึ่งเป็นมรรคทายกของวัดเขาวงกฏได้แนะนำให้มาศึกษาธรรมะกับ      องค์หลวงปู่มั่น พร้อมกับได้ทำจดหมายมากราบเรียนด้วย ซึ่งหลวงปู่มั่น ได้กล่าวถึงหลวงปู่เพาในคราวนั้นว่า

"ดี...ท่านอาจารย์เภาก็เป็นพระแท้องค์หนึ่งในประเทศไทย" (สุภัทโทอนุสรณ์ พ.ศ. 2536 หน้าที่ 19)

ต่อจากนั้นท่านก็เทศน์ถึงเรื่องนิกายทั้งสอง "การประพฤติปฏิบัตินั้น หากถือเอาพระธรรมวินัยเป็นหลักแล้ว ก็ไม่ต้องสงสัยในนิกายทั้งสอง" (ไต้ร่มโพธิญาณ พ.ศ. 2535 หน้าที่24)

ดังนั้นการมาบำเพ็ญเพียรขององค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ยังถ้ำไผ่ขวาง จึงเป็นต้นทางของการมาจำพรรษาเผยแผ่ธรรมะ ยังเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อไปท่านจะมุ่งมั่นการอบรมศิษยานุศิษย์เป็นกำลังสำคัญต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในช่วงเวลาต่อมา

แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น

อ้างอิง

1) ประวัติพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร โดย หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ จัดพิมพ์โดย มูลนิธิสิริวัฒนภักดี พ.ศ. 2557

2) ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ พ.ศ. 2541

3) อัตตโนประวัติ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ลายมือหนังสือธรรมของ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วงศ์ธรรมยุติในภาคอีสาน โดย หลวงปู่เทศก์ เทสรํสี

4) รำลึกวันวาน โดย หลวงตาทองคำ จารุรวณฺโณ พ.ศ. 2552

5) สุภัทโทอนุสรณ์ ประวัติ หลวงพ่อชา สุภทฺโท โดย ศิษยานุศิษย์ พ.ศ. 2536

6) ไต้ร่มโพธิญาณ ประวัติ หลวงพ่อชา สุภทฺโท โดย ศิษยานุศิษย์ พ.ศ. 2535

7) พระอาจารย์มั่น กับจังหวัดลพบุรี โดย ภูธร ภูมะธน และคณะ พ.ศ. 2562

8) กฐินพระราชทาน วัดสิริจันทรนิมิตร จังหวัดลพบุรี พ.ศ. 2563 โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

9) ประวัติพระครูพุทธสราจารย์ (เภา) หลวงพ่อเภา วัดถ้ำตะโก http://www.dharma-gateway.com/.../lp-pao-wat-tumtako-hist...

 

แสดงความเห็น  >>คลิ๊กที่นี่<<

< ตอนก่อนหน้า : ตอนต่อไป >