ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ร่วมเดินไปยังสถานที่ที่เกี่ยวเนื่อง กับองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต พร้อมเรื่องราวความสำคัญ ศิษยานุศิษย์ที่เข้ามาฝากตัว เป็นสานุศิษย์ถักทอสู่ "กองทัพธรรมพระกรรมฐาน" โดยเว็บมาสเตอร์ www.luangpumun.org และสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ศิษยานุศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จากรายการ แฟนพันธุ์แท้ 2018

เมนูหลัก ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น คลิ๊ก

ถือกำเนิดกองทัพธรรม ณ วัดบูรพา
วัดบูรพา อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
ตามรอยธรรมองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ตอนที่ 14

วัดบูรพา อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เป็นวัดที่ปรากฏในบันทึกประวัติองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ในหลายวาระ ได้แก่ เป็นวัดที่เป็นจุดเริ่มต้นของกองทัพธรรมพระกรรมฐาน องค์หลวงปู่มั่นลาศิษยานุศิษย์เพื่อออกบำเพ็ญเพียรส่วนองค์ท่านเอง งานถวายเพลิงสรีรสังขารองค์หลวงปู่เสาร์ โดยมีลำดับเวลา ดังนี้

1) กลับมาจำพรรษาหลังบำเพ็ญเพียรในภาคกลางเปิดศักราชกองทัพธรรม

ได้จำพรรษา ในปี พ.ศ. 2458 ซึ่งเป็นการกลับสู่มาตุภูมิจังหวัดบ้านเกิดภายหลังจากบำเพ็ญเพียรในภาคกลางเป็นเวลาหลายปี

องค์ท่านปรารภที่จะเริ่มเผยแผ่การปฏิบัติธรรม ให้ได้ผลดั่งที่ท่านได้บำเพ็ญเพียรมา จนได้          ศิษยานุศิษย์รูปสำคัญท่านแรก คือ หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม ถือเป็นการเปิดศักราชกองทัพธรรมพระกรรมฐาน

อีกทั้งเพื่อแทนคุณมารดา โดยพาโยมแม่จันทร์ แก่นแก้ว ออกบวชชีบำเพ็ญเพียร และพาไปฝากไว้ให้องค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล อบรมการปฏิบัติธรรม

2) ส่งโยมมารดาและปรารภออกวิเวกก่อนไปภาคเหนือ

เมื่อผ่านไปแล้วเป็นเวลา 13 ปี ตรงกับปี พ.ศ.2470 องค์ท่านได้กลับมายังวัดบูรพา อีกครั้งโดยพาโยมแม่จันทร์ ภายหลังการทำความเพียรจนลิ้มรสพระธรรมและอยู่ในวัยชรา ยากที่พระลูกชายคือ องค์หลวงปู่มั่นจะดูแลได้ ให้กลับคืนสู่บ้านคำบง ภูมิลำเนาเดิมเพื่อให้ญาติดูแลโยมแม่ในช่วงสุดท้าย

เมื่อส่งโยมแม่แล้ว องค์หลวงปู่มั่นได้ปรารภกับศิษยานุศิษย์ ที่จะออกวิเวกทำความเพียรส่วนองค์ท่านเอง ก่อนที่จะเดินทางขึ้นสู่ดินแดนภาคเหนือเป็นเวลา 12 ปี จนถึงที่สุดแห่งทุกข์แล้ว จึงเดินทางกลับสู่แผ่นดินอีสาน

3) กลับอุบลราชธานีครั้งสุดท้ายร่วมงานถวายเพลิงสรีรสังขารองค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล

จนกระทั่งองค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล พระบูรพาจารย์ขององค์ท่านมรณภาพ และได้ทำพิธีถวายเพลิงสรีรสังขาร องค์หลวงปู่มั่นจึงได้กลับมาร่วมงานยังวัดบูรพาอีกครั้งในปี พ.ศ.2486 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่องค์หลวงปู่มั่น หวนคืนสู่ดินแดนอุบลราชธานีบ้านเกิด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ วัดบูรพา มีรายละเอียดดังนี้


รูปจำลองเหตุการณ์ องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต

ถวายธรรมปฏิบัติแด่ พระครูสีทา ชยเสโน พระกรรมวาจาจารย์

ณ วัดบูรพา อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พ.ศ. ๒๔๕๘

(รูป AI ป้อนข้อมูลโดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)

 

1) ถวายการปฏิบัติ พระครูสีทา ชยเสโน

ในปี พ.ศ. 2458 ได้กลับมาจำพรรษาที่วัดบูรพา องค์หลวงปู่มั่น ได้รำลึกถึง พระกรรมวาจาจารย์ คือ พระครูสีทา ชยเสโน องค์ท่านได้เล่าถึงแนวทางการปฏิบัติและผลที่ได้พบมาจากที่ถ้ำสาริกา

"... การบำเพ็ญจิตให้สงบจนเกิดกำลังแล้ว ก็ไม่ควรที่จะทำความสงบอย่างเดียว .... ต้องพิจารณาทุกข์จึงจะพ้นทุกข์ ... "

เมื่อท่านพระครูสีทา ได้ฟังแล้ว ท่านก็เกิดความเลื่อมใส กล่าวขึ้นว่า

"ธรรมเช่นนี้ แม้เราที่ได้เรียนมาแล้วแต่ไม่เข้าใจ เพราะปริยัตินั้นเพียงแต่เรียนพอเข้าใจ แต่ไม่รู้วิธีการที่ใช้ คราวนี้รู้วิธีการที่จะทำอะไรกับสิ่งนั้นแล้ว เอาละเราขอขอบใจเธอมาก"

ท่านพระครูสีทา ได้นำไปปฏิบัติและได้รับผลของการภาวนา จึงได้นิมนต์องค์หลวงปู่มั่น มาพบ พร้อมกับเล่าผลของการปฏิบัติให้ฟังและกล่าวสรรเสริญว่า

"ศิษย์ของเราองค์นี้นับว่าเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวทีมากเหลือเกิน เพราะเมื่อได้รู้ได้เห็นธรรมอันแท้จริงแล้วก็ไม่ลืมครูบาอาจารย์ อุตส่าห์มาแนะนำให้เราได้รู้ได้เห็น และเป็นการถูกต้องแม้เราเป็นพระผู้เฒ่า เป็นถึงอาจารย์ถ้าจะพึงมัวถือแต่มานะทิฏฐิก็คงไม่สามารถฟังธรรมจากศิษย์ที่มีความสามารถในธรรมได้ ..." (จากประวัติองค์หลวงปู่มั่นโดย หลวงพ่อวิริยังค์ พ.ศ.2541 หน้า 181-183)

ภายในอุโบสถ (สิม) หลังเก่า วัดบูรพา อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
(รูปจาก คุณญาณกรณ์)

2) หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม เป็นศิษย์องค์แรก

ขณะนั้น หลวงปู่สิงห์ เป็นครูสอนอยู่ที่ โรงเรียนสร่างโศรกเกษมศิลป์ ซึ่งเป็นโรงเรียนของ            วัดสุทัศนาราม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2455 วันหนึ่งท่านได้พบหนังสือเตือนใจว่า สมเด็จพระบรมศาสดา ทรงตำหนิการบวชแล้วไม่ประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย มีโทษมาก ทำให้ให้เกิดความสลดสังเวช สำนึกตนอย่างยิ่ง ได้คำนึงถึงพระพุทธศาสนาว่า หมดเขตสมัยมรรคผลนิพพานแล้ว

จนกระทั่งทราบว่า องค์หลวงปู่มั่น มาจำพรรษา ณ วัดบูรพา ในปี พ.ศ.2458 จึงไปศึกษาพระกรรมฐาน องค์ท่านให้กรรมฐาน กายคตาสติ ข้อ ปัปผาสปัญจกะ ( คือ หทยํ ยกนํ กิโลมกํ ปปฺผาสํ) ให้เป็นบทบริกรรมได้ฝึกสมาธิในสำนักขององค์ท่าน จิตใจสงบดีมีความสังเวชสลดใจ เกิดเหนื่อยหน่ายในการประกอบคันถธุระ (การสอนหนังสือ) เชื่อแน่ว่ายังไม่หมดเขตสมัยมรรคผลนิพพาน เพราะหนทางปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมีอยู่ จึงตกลงใจบำเพ็ญวิปัสสนาธุระสืบไป (พระอริยคุณาธาร พ.ศ. 2505 หน้าที่ 7-9)

3) หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ออกปฏิบัติ

ในช่วงเวลานั้นเอง หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ได้ศึกษาปริยัติธรรม ณ วัดสุทัศนาราม จ.อุบลราชธานี ได้มีโอกาสเข้าไปพบองค์หลวงปู่มั่น พร้อมกับ หลวงปู่สิงห์ ที่วัดบูรพา จนเกิดความเลื่อมใสและออกปฏิบัติในเวลาต่อมา โดยมีรายละเอียด ดังนี้

... หลวงปู่สิงห์ ได้ชักชวน หลวงปู่ดูลย์ ไปกราบเพื่อฟังเทศน์ และศึกษาธรรมะจาก พระอาจารย์ใหญ่ ที่วัดบูรพา เช่นเดียวกับคนอื่นๆ พระอาจารย์ใหญ่ กล่าวเมื่อพบหน้า หลวงปู่สิงห์ ว่า

"เราได้รอเธอมานานแล้ว อยากจะพบและชักชวนไปปฏิบัติธรรมด้วยกัน"

พระอาจารย์ใหญ่มั่น ได้กล่าวในตอนนั้นอีกว่า

"การบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ จักต้องปฏิบัติกัมมัฏฐาน คือ พิจารณาตจปัญจกกัมมัฏฐานเป็นเบื้องแรก เพราะเป็นหนทางพ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริง"

จากนั้น หลวงปู่สิงห์ กับ หลวงปู่ดูลย์ ก็ถวายตัวเป็นศิษย์ขององค์หลวงปู่มั่น ตลอดมา หลวงปู่ทั้งสององค์พากันไปฟังเทศน์จากพระอาจารย์ใหญ่เป็นประจำ ไม่เคยขาดแม้สักครั้งเดียว นอกจากจะได้ฟังธรรมะแปลกๆ ที่สมบูรณ์ด้วยอรรถและพยัญชนะ มีความลึกซึ้ง รัดกุม และกว้างขวาง เป็นที่น่าอัศจรรย์แล้ว ยังมีโอกาสเฝ้าสังเกตปฏิปทาของท่านพระอาจารย์ใหญ่ ที่งดงามเพียบพร้อม น่าเลื่อมใสทุกอิริยาบถอีกด้วย ทำให้เกิดความซาบซึ้งถึงใจ แต่ละคำพูดมีนัยแปลกดี ไม่เคยได้ยินได้ฟังจากที่ไหนมาก่อน จึงทำให้หลวงปู่ทั้งสององค์เพิ่มความสนใจ ใคร่ประพฤติปฏิบัติทางธุดงค์กัมมัฏฐานให้มากยิ่งๆ ขึ้นไป

การศึกษาเล่าเรียนด้านพระปริยัติธรรม ของหลวงปู่ดูลย์มีความก้าวหน้าตามลำดับ ท่านได้พิจารณาตามข้อธรรมเหล่านั้น จนแตกฉานช่ำชองพอสมควร และได้พิจารณาเห็นว่า การเรียนพระปริยัติธรรมอย่างเดียวนั้น เป็นแต่เพียงการจำหัวข้อธรรมะได้เท่านั้น ส่วนการปฏิบัติให้เกิดผล และรู้รสพระธรรมอย่างซาบซึ้งนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก หลวงปู่จึงได้บังเกิดความโน้มเอียงไปในทางปฏิบัติ คือ ธุดงค์กัมมัฏฐานอย่างแน่วแน่ จึงได้ตัดสินใจที่จะออกธุดงค์กัมมัฎฐาน ในฤดูหลังออกพรรษานั้นอย่างแน่นอน เป็นเหตุให้การเรียนทางปริยัติธรรมในห้องเรียนของท่านเป็นอันสิ้นสุดลง ต่อไป คือการเข้าสู่ห้องเรียนที่เป็นธรรมชาติอันกว้างใหญ่ไพศาล ประกอบทั้งดินฟ้ามหาสมุทร รวมทั้งการเสาะแสวงหาตัวเองในโลกภูมินี้ก็กว้างไกลสุดแสน เหลือที่จะประมาณได้ (อตุโลไม่มีใดเทียม พ.ศ.2558 หน้า 72)


รูปจำลองเหตุการณ์ องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต

ให้การแนะนำธรรมปฏิบัติ พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

(รูป AI ป้อนข้อมูลโดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)

4) โปรดโยมมารดา

ภายหลังออกพรรษา พ.ศ. 2458 ท่านได้เดินทางกลับไปยังดินแดนถิ่นกำเนิดบ้านคำบง เพื่อรับ โยมแม่จันทร์ แก่นแก้ว มารดาของท่านมาบวชชีและพาไปบำเพ็ญธรรมยังจังหวัดมุกดาหาร อุดรธานี และในปี พ.ศ.2470 ท่านกลับมาจังหวัดอุบลราชธานีอีกครั้ง และได้แวะพักวัดบูรพา เพื่อส่งโยมแม่ที่ได้บำเพ็ญเพียรเป็นที่พอใจแล้ว กลับสู่ภูมิลำเนาเดิมอีกครั้ง โดยโยมแม่จันทร์ ได้กล่าวกับท่านว่า

"ลูกเอ๋ย อย่าได้ห่วงแม่เลย ลูกไม่มีหนี้สินในแม่แล้ว ลูกได้อุตส่าห์พากเพียรเรียนธรรมวินัย ก็ได้มาสงเคราะห์ให้แม่นี้ได้รู้จักหนทางแห่งข้อปฏิบัติแล้ว แม่ก็จะดำเนินข้อปฏิบัติของตนไปตามหนทางที่ได้รู้แล้วนั้น จนตราบเท่าชีวิตของแม่ ก็ขอให้ลูกจงประพฤติพรหมจรรย์ไปโดยสวัสดีเทอญ"

(ประวัติองค์หลวงปู่มั่น โดย หลวงพ่อวิริยังค์ พ.ศ.2541 หน้า 228)

5. พบพระปัญญพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺโญ) เดินทางสู่กรุงเทพฯ และไปเชียงใหม่

กล่าวกันว่าในช่วงปี พ.ศ.2470-2471 ที่องค์หลวงปู่มั่นกลับสู่จังหวัดอุบลราชธานี ท่านได้ปรารภกับคณะศิษยานุศิษย์ที่ออกจะบำเพ็ญเพียรอย่างโดดเดี่ยวอีกครั้ง ประจวบกับได้พบ พระปัญญพิศาลเถร     (หนู ฐิตปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ ได้มาพำนักยังวัดบูรพา ท่านได้ชักชวนองค์หลวงปู่มั่น เดินทางลงมากรุงเทพฯ (อาจาโรวาท พ.ศ.2541 หน้า 168) และจำพรรษายังวัดปทุมวนาราม ในปี     พ.ศ.2471 และออกพรรษาปีนั้น องค์หลวงปู่มั่นจึงได้เดินทางไปบำเพ็ญเพียรยังดินแดนภาคเหนือ เป็นระยะเวลา 12 ปี


รูปจำลอง องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ขณะเดินลงจากเมรุถวายเพลิง
สรีรสังขารองค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ณ วัดบูรพา
อ.เมือง จ.อุบลราชานี ปี พ.ศ. 2486
ซึ่งท่านได้ขึ้นไปกราบ โดยมิได้พิจารณารับผ้าบังสุกุลลงมาด้วย
(รูป AI ป้อนข้อมูลโดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)

6. กลับอุบลราชธานีครั้งสุดท้าย ร่วมงานถวายเพลิง องค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล

ภายหลังจากองค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ได้มรณภาพในปี พ.ศ.2485 และมีกำหนดการถวายเพลิงศพ ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน 2486 องค์หลวงปู่มั่น ได้เดินทางไปร่วมงาน โดยมี หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร เป็นผู้ถวายการอุปัฏฐากดูแลเดินทางไปด้วย โดยเดินด้วยเท้าจากวัดป่าบ้านนามน อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ไปยังวัดอ้อมแก้ว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ต่อจากนั้นจึงโดยสารรถยนต์ไปยังจังหวัดอุบลราชธานี แวะพักที่วัดเลียบก่อน และจึงเข้าร่วมในงานถวายเพลิงองค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ในงานนี้องค์หลวงปู่มั่นได้ให้คติเตือนใจไว้ว่า

"ทุกรูปทุกองค์ อย่าพากันประมาทเลย จงพากันคิดว่าการมาทำศพนั้น คือการสอนตัวของเราเอง นำเอาศพเป็นสักขีพยานว่า ความตายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้" (ประวัติองค์หลวงปู่มั่น โดย หลวงพ่อวิริยังค์ พ.ศ.2541 หน้า 110)

องค์หลวงปู่มั่น กลับยังจังหวัดบ้านเกิดอุบลราชธานีเป็นวาระสุดท้ายในงานถวายเพลิงสรีรสังขาร องค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล เมื่อเสร็จสิ้นงานแล้ว ท่านจึงเดินทางกลับสู่จังหวัดสกลนคร เป็นการเดินทางอันยาวไกลครั้งสุดท้าย จนกระทั่งมรณภาพ ในอีก 7 ปีต่อมา อ่านรายละเอียดตามรอยธรรมองค์หลวงปู่มั่นในงานถวายเพลิงสรีรสังขารองค์หลวงปู่เสาร์ ได้ที่ https://luangpumun.org/tamloy/52_1/index.html

แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น

ข้อมูลอ้างอิง

1) ประวัติพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร โดย หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ พ.ศ. 2547

2) ประวัติองค์หลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ พ.ศ. 2541

3) หนังสือที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิง พระญาณวิศิษฏ์ (พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม) โดย พระอริยคุณาธาร พ.ศ. 2505

4) อตุโลไม่มีใดเทียม ประวัติหลวงปู่ดูลย์ อตุโล พ.ศ. 2558

5) อาจาโรวาท ประวัติหลวงปู่ฝั้น อาจาโร พ.ศ. 2541

ขอขอบคุณรูปโดย พี่จี๋ ญาณกร

แสดงความเห็น  >>คลิ๊กที่นี่<<

< ตอนก่อนหน้า : ตอนต่อไป >