อบรมธรรมปฏิบัติอย่างเด็ดเดี่ยว
ณ เสนาสนะป่าบ้านค้อ (วัดป่าสาระวารี) จ.อุดรธานี
ตามรอยธรรมหลวงปู่มั่น ตอนที่ 16
รูปจำลองเหตุการณ์ ขณะองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต แกะสลักพระพุทธรูปหิน
ซึ่งปัจจุบันประดิษฐาน ณ วัดป่าสาระวารี อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
(รูป AI ป้อนข้อมูลด้วย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
เสนาสนะป่าบ้านค้อ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ตามบันทึกจะเรียกว่า บ้านค้อ ดงมะไฟ องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้จาริกมาพำนักจำพรรษา ณ เสนาสนะป่าบ้านค้อ 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ.2462 และครั้งที่สองในปี พ.ศ.2467 รวมระยะเวลา 2 พรรษา
ทางเข้าวัดป่าสาระวารี อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี บริเวณด้านซ้ายมือ
กล่าวกันว่า เป็นสำนักชีเดิมสมัยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
ซึ่งโยมแม่ชีจันทร์ แก่นแก้ว น่าเคยพำนักในบริเวณนี้
(รูปโดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
มีศิษยานุศิษย์ได้เดินทางมาถวายตัวศึกษาธรรมะกับองค์หลวงปู่มั่น เป็นครั้งแรก ได้แก่ หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี, หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ, หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ อีกทั้งลูกศิษย์เดิม ได้แก่ หลวงปู่สิงห์ ขนฺตฺยาคโม, พระอาจารย์มหาปิ่น ปญฺญาพโล, พระอาจารย์สุวรรณ สุจิณฺโณ เป็นต้น โดยหลวงปู่มั่นได้ให้การอบรมและย้ำเตือน เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าในการภาวนาและอบรมชาวบ้านให้ตั้งอยู่ในพระรัตนตรัย
ในปัจจุบันยังปรากฏกุฏิไม้หลังเก่าที่หลวงปู่มั่นเคยจำวัด และพระพุทธรูปหินที่กล่าวกันว่าหลวงปู่มั่นเป็นผู้แกะสลัก เป็นอนุสรณ์ ต่อมาในภายหลังได้ตั้งเป็น "วัดป่าสาระวารี"
มีรายละเอียดลำดับเหตุการณ์ ดังนี้

รูปจำลองกุฏิองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เสนาสนะป่าบ้านค้อ
ซึ่งปัจจุบัน คือ วัดป่าสาระวารี อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
(รูป AI ป้อนข้อมูลด้วย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
1) จำพรรษาครั้งแรกในปี พ.ศ. 2462
ภายหลังจากองค์หลวงปู่มั่น จำพรรษา ณ ถ้ำผาบิ้งในปี พ.ศ.2461 ในปีต่อมา คือ ปี พ.ศ. 2462 ท่านได้จาริกมาจำพรรษายังเสนาสนะป่าบ้านค้อ เดิมเรียกบริเวณนี้ว่า ดงมะไฟ เนื่องจากเดิมเป็นบริเวณป่าทึบมีต้นมะไฟหนาแน่น ห่างจากบ้านค้อประมาณ 1 กิโลเมตร ท่านได้เมตตาอบรมชาวบ้านค้อ ให้ละเลิกการนับถือผี ให้มามั่นคงในพระรัตนตรัย จนมีชาวบ้านศรัทธาออกบวชเป็นพระภิกษุสามเณร ผ้าขาว แม่ชี (ประวัติวัดป่าสาระวารี,2530 หน้าที่ 7-8)
ในช่วงเวลานี้ หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ขณะที่พำนักศึกษาปริยัติธรรมที่ วัดบ้านสร้างถ่อ จ.อุบลราชธานี ได้ทราบกิตติศัพท์การสอนธรรมะของหลวงปู่มั่น จึงได้เดินทางมากราบและขอศึกษาธรรมะเป็นครั้งแรก จากบันทึกประวัติหลวงปู่แหวน โดย มูลนิธิสุจิณฺโณ ได้กล่าวถึงคำสอนแรกของหลวงปู่มั่น ที่มอบให้แก่หลวงปู่แหวน คือ
"เออต่อไปนี้ภาวนา ความรู้ที่เรียนมาให้เอาใส่ตู้ไว้ก่อน" (ประวัติหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ, มปพ. หน้า 28)
ในระยะนี้ องค์หลวงปู่มั่น ท่านมุ่งเน้นการอบรมและย้ำเตือนศิษยานุศิษย์ กล่าวกันว่า ท่านอบรมพระภิกษุสามเณรอย่างเด็ดเดี่ยวจริงจัง จากบันทึกประวัติหลวงปู่มั่น โดย หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ได้กล่าวถึงการอบรมของหลวงปู่มั่นไว้ว่า
"...เป็นปีที่เริ่มแนะนำข้อปฏิบัติแก่พระภิกษุเป็นส่วนมาก...ท่านแนะนำเพื่อความก้าวหน้าแห่งการดำเนินจิตเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากท่านทุกองค์เหล่านี้ได้บำเพ็ญ ได้ผลในทางปฏิบัติกันมาแล้ว เพียงเพื่อจะอบรมให้เกิดความแก่กล้าขึ้นเท่านั้น
ท่านได้แนะนำถึงข้อสำคัญในเรื่องความหลงในฌาณว่า ผู้ต้องการพ้นทุกข์จริงๆ แล้ว ต้องไม่หลงในความเป็นเหล่านั้น ท่านได้อธิบายว่า ญานคือความรู้พิเศษที่เกิดข้นในความสงบ เป็นต้นว่า ญานระลึกชาติหนหลังได้ ญานรู้จักเหตุการณ์ในอดีต ญานรู้จักเหตุการณ์ในอนาคต รู้จักวาระจิตความนึกคิดของบุคคลอื่น เป็นต้น....ถ้าหากว่าหลงและติดอยู่ในญานเหล่านี้แล้ว จะทำให้เกิดการเนิ่นช้าในการปฏิบัติเพื่อเข้าสู่อริยสัจธรรม..." (หลวงพ่อวิริยังค์ พ.ศ.2541 หน้า 198-199)
รูปจำลองกุฏิองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เสนาสนะป่าบ้านค้อ
ซึ่งปัจจุบัน คือ วัดป่าสาระวารี อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
(รูป AI ป้อนข้อมูลด้วย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
2. พำนักจำพรรษาครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2467
ท่านได้จำพรรษา ณ เสนาสนะป่าบ้านหนองบัวลำภู ปัจจุบัน คือ วัดมหาชัย จ.หนองบัวลำภู ในปี พ.ศ.2466 ในปีต่อมา พ.ศ. 2467 องค์หลวงปู่มั่น ได้มาพำนักจำพรรษา ยังเสนาสนะป่าบ้านค้อเป็นครั้งที่สอง ในช่วงก่อนเข้าพรรษาในปีนั้น หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ยังมาพำนักอยู่ด้วยกับหลวงปู่มั่น ที่เสนาสนะป่าบ้านค้อด้วย ต่อมาหลวงปู่เสาร์ ได้แยกไปจำพรรษาที่เสนาสนะป่าบ้านหนองลาด จ.สกลนคร (ตามรอยธุดงควัตร พระอาจารย์เสาร์, 2546 หน้าที่ 90)
จากบันทึกอัตโนประวัติ หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ได้กล่าวถึงในระยะนี้ หลวงปู่มั่น ได้พาโยมมารดา คุณแม่จันทร์ แก่นแก้ว ก่อนหน้านี้หลวงปู่มั่น ได้ส่งโยมมารดาไปศึกษาการปฏิบัติกับ หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ที่วัดถ้ำจำปา จ.มุกดาหาร ภายหลังได้พาคุณแม่จันทร์ มาพักยังเสนาสนะป่าบ้านค้อแห่งนี้ด้วย (อัตโนประวัติ หลวงปู่อ่อน, Online)
การอบรมสั่งสอนศิษยานุศิษย์ จากบันทึกประวัติหลวงปู่มั่น โดย หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ได้กล่าวว่า ในระยะนี้เนื่องจากพระภิกษุสามเณรได้หลั่งใหลมาศึกษาธรรมปฏิบัติกันมากขึ้น โดยหลวงพ่อวิริยังค์ ได้บันทึกไว้ว่า
"...ท่านก็ได้แนะนำข้อวัตรปฏิบัติต่าง ๆ ให้ตามที่ได้แสดงไว้แล้วโดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะว่าเป็นข้อปฏิบัติที่พิสูจน์ได้แน่ชัดแล้วว่าเป็นทางพ้นทุกข์ได้จริง และได้ผลแก่บุคคลผู้ตั้งใจจริงเป็นแต่ว่าท่านอาจารย์มั่นฯ ท่านคอยประคับประคอง และเป็นผู้นำเพื่อให้เกิดผลอย่างจริงจังแก่ผู้หวังดี ดังนั้นเมื่อผู้ได้เข้าไปศึกษาปฏิบัติกับท่านแล้วจึงไม่มีการผิดหวังได้ผลแทบร้อยเปอร์เซ็นทีเดียว..." (หลวงพ่อวิริยังค์ พ.ศ.2541 หน้า 219)
ยังปรากฏบันทึกเหตุการณ์ที่ศิษยานุศิษย์ที่ได้มากราบและศึกษาธรรมครั้งแรก ในระยะที่ท่านมาพำนักจำพรรษาเป็นครั้งที่สอง ณ เสนาสนะป่าบ้านค้อ ไว้ดังนี้

พระพุทธรูปที่องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต แกะสลักไว้ ณ วัดป่าสาระวารี
(รูปจากฐานข้อมูล แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
2.1 เมตตา หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
เมื่อครั้งอุปสมบทในปี พ.ศ.2466 ในพรรษาแรก พออกพรรษาปลายปีนั้น ท่านได้จาริกจากวัดสุทัศนาราม จ.อุบลราชธานี พร้อมกับ หลวงปู่สิงห์ ขนฺตฺยาคโม และ พระอาจารย์มหาปิ่น ปญฺญาพโล มานมัสการและมีโอกาสได้ฟังธรรมเป็นครั้งแรก ซึ่งในขณะนั้นยังมี หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล พำนักอยู่ด้วยกันด้วย หลวงปู่เทสก์ได้บันทึกชื่นชมสภาพเสนาสนะป่าบ้านค้อในขณะนั้นไว้ว่า
"... พอย่างเข้ามาในเขตวัดของท่าน (องค์หลวงปู่มั่น) มันทำให้เราขวยเขินอยู่แล้ว แต่คนอื่นเราไม่ทราบ เพราะเห็นสถานที่แลความเป็นอยู่ของพระเณรตลอดถึงโยมในวัด เขาช่างสุภาพเรียบร้อยนี่กระไร ต่างก็มีกิจวัตรและข้อวัตรประจำของตน ๆ ..."(หลวงปู่เทสก์ พ.ศ.2539 หน้า 31-32)
ในครั้งนั้น ยังเป็นการพบ พระอาจารย์มหาปิ่น ปญฺญาพโล ภายหลังจากที่ท่านตั้งใจจะศึกษาปริยัติธรรม จนสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยคแล้ว พระอาจารย์มหาปิ่น ได้เริ่มปฏิบัติพระกรรมฐานและได้รับคำแนะนำจากองค์หลวงปู่มั่น ในครั้งนี้ (หลวงปู่เทสก์ พ.ศ.2539 หน้า 31-32)
กุฏิองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เสนาสนะป่าบ้านค้อ
ซึ่งปัจจุบัน คือ วัดป่าสาระวารี อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
(รูป โดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
2.2 เมตตา หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ
ในปี พ.ศ. 2466 หลวงปู่อ่อนจำพรรษาวัดป่าไผ่ บ้านโพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เมื่อออกพรรษา ได้เดินทางมากราบ องค์หลวงปู่มั่น ยังเสนาสนะป่าบ้านค้อ ในขณะนั้นยังมีองค์หลวงปู่เสาร์ พำนักอยู่ด้วย ท่านได้กราบฝากตัวเรียนธรรมปฏิบัติ หลวงปู่มั่น ได้สอบถามการปฏิบัติที่ผ่าน และแนะนำคำบริกรรมที่เหมาะสมกับหลวงปู่อ่อน คือ "เยกุชฺโฌ ปฏิกุโล" หลวงปู่อ่อนได้กราบสอบถามข้อสงสัยทั้งเรื่องพระวินัย และการภาวนา อีกทั้งองค์หลวงปู่เสาร์ ยังได้ให้หลวงปู่อ่อน ท่องนวโกวาท และ ปาฏิโมกข์ โดยท่านท่อง นวโกวาท 4 วันจบ และ ปาฏิโมกข์ 7 วันจบ (อัตโนประวัติ หลวงปู่อ่อน, Online)
3. อนุสรณ์ ณ เสนาสนะป่าบ้านค้อ
ในภายหลังที่หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้จากเสนาสนะป่าบ้านค้อไปแล้ว ศิษยานุศิษย์ได้ดูแลสถานที่ และดำเนินการตั้งวัดให้ถูกต้องตามกฎหมายในชื่อ "วัดป่าสาระวารี" ซึ่งในท้องถิ่นจะเรียกว่า บ้านค้อนารายณ์ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีสองหมู่บ้านติดกัน คือ บ้านค้อ กับ บ้านนารายณ์ ยังมีอนุสรณ์ถึงองค์หลวงปู่มั่น คือ พระพุทธรูป กับ กุฏิหลังเก่า
สำหรับ พระพุทธรูป เป็นพระพุทธรูปที่องค์หลวงปู่มั่น ท่านได้แกะสลักขึ้นด้วยมือของท่านเอง มีพุทธศิลป์แบบท้องถิ่นชาวบ้านภาคอีสาน วัสดุเป็นหินทรายแดง ที่นำมาจากภูพระบาท โดยท่านใช้วัสดุพื้นบ้านที่หาได้ในท้องถิ่นมาแกะสลักเอง และ ชาวบ้านได้ถวายพระนามว่า "พระพุทธจริยนุสรณ์" หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "หลวงพ่อหิน" ปัจจุบันประดิษฐานในอุโบสถกลางน้ำที่สร้างขึ้นภายหลัง
ในส่วนของกุฏิเก่า ที่หลวงปู่มั่นเคยพำนัก เป็นกุฏิไม้ยกพื้นสูง ห้องเดียวมีระเบียงเล็กๆ หลังคามุงแป้นเกล็ด ปัจจุบันทางวัดได้สร้างอาคารขึ้นคลุมกุฏิหลังนี้เพื่อการอนุรักษ์เป็นอนุสรณ์ให้อนุชนได้รำลึกถึงคำสอนขององค์หลวงปู่มั่น สืบต่อไป
Admin ได้มีโอกาสสอบถามท่านพระครูปัญญาสีลคุณ (พระอาจารย์สังคม) ถึงเรื่องเล่าความจำเก่าๆ ท่านได้เล่าว่า พระอาจารย์บุญจันทร์ จันทสีโล วัดป่ากิ่วดู่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ มีบ้านเกิดที่บ้านค้อแห่งนี้ เคยเล่าให้ท่านฟังว่า องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เคยเกิดเป็นชาวไทยพวน ซึ่งเป็นเชื้อสายของหมู่บ้านนี้ ทำให้องค์หลวงปู่มั่นมีความผูกพันกับบ้านค้อ ได้กลับมาจำพรรษา ถึง 2 พรรษา ซึ่งเรื่องนี้ พระอาจารย์บุญจันทร์ ท่านเป็นพระอุปัฏฐากหลวงปู่แหวน ซึ่งหลวงปู่แหวนน่าจะถ่ายทอดให้พระอาจารย์บุญจันทร์ได้ทราบ อีกทั้งภายในวัดยังเคยมีสำนักแม่ชีเก่า บริเวณเดิมตั้งอยู่ในพื้นที่ริมประตูเข้าวัดในปัจจุบัน และศาลาหลังเก่าอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับกุฏิองค์หลวงปู่มั่น ในปัจจุบัน
แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น
อ้างอิง
1) ประวัติพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร โดย หลวงปู่มหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ พ.ศ. 2547
2) ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ พ.ศ. 2541
3) หนังสือที่ะลึกในงานพระราชทานเพลิง พระญาณวิศิษฏ์ (พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม) โดย พระอริยคุณาธาร พ.ศ. 2505
4) อัตโนประวัติ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ลายมือหนังสือธรรมของ พระอาจารย์ฝั้ง อาจาโร วงศ์ธรรมยุติในภาคอีสาน โดย หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี พ.ศ.2539
5) หนังสือประวัติป่าสาระวารี บ้านค้อ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2530
6) อัตโนประวัติ หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ (Online) http://www.dharma-gateway.com/.../lp-orn/lp-orn-hist-10.htm
ขอขอบคุณ โครงการท่องเที่ยวโดยชุมชน ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
ตอนต่อไป ตอนที่ 17 วิเวกอย่างเด็ดเดี่ยว ณ บ้านนาหมี-นายูง https://www.facebook.com/304819377129620/posts/pfbid04UGsBurR7QQFdwfUQtc3UmfqQZfKpFCyQimEQtuoc2FzNHp34P8Gb8JrJnLJFGuUl/
ตอนก่อนหน้า ตอนที่ 15 อนุสรณ์แห่งความนอบน้อมกตัญญู วัดถ้ำจำปา ภูผากูด อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร
https://www.facebook.com/304819377129620/posts/1083460125932204/
แสดงความเห็น >>คลิ๊กที่นี่<<