วิเวกอย่างเด็ดเดี่ยว ณ บ้านนาหมี-นายูง
อ.นายูง จ.อุดรธานี
ตามรอยธรรมองค์หลวงปู่มั่น ตอนที่ 17

รูปจำลองเหตุการณ์องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต บำเพ็ญภาวนาที่ถ้ำผาแดง นาหมี นายูง
ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำตกยูงทอง อ.นายูง จ.อุดรธานี
(รูป AI โดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
การผจญภัยในดงสัตว์ร้ายและอบรมสั่งสอนชาวบ้านให้มั่นคงในพระรัตนตรัย ขององค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญ คือ เมื่อครั้งที่ท่านได้จาริกไปในท้องที่ บ้านนาหมี - บ้านนายูง ซึ่งปัจจุบันกล่าวกันว่าอยู่ในบริเวณ วัดป่าโนนสว่าง ซึ่งยังปรากฏบริเวณที่เคยเป็นกุฏิขององค์หลวงปู่มั่น และบริเวณอุทยานแห่งชาตินายูง ในท้องที่ อ.นายูง จ.อุดรธานี ซึ่งยังจุดต่างๆ ที่องค์หลวงปู่มั่นได้เคยพำนัก
ในบันทึกกล่าวไว้ว่า เมื่อคราวที่ท่านมาจำพรรษา ณ เสนาสนะป่าบ้านค้อ ซึ่งปัจจุบัน คือ วัดป่าสาระวารี อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ในช่วงนอกพรรษา ท่านจะมาจาริกวิเวก อยู่ทางบ้านนาหมี - นายูง ทั้งในช่วงปี พ.ศ.2462 และ ปี พ.ศ. 2467 ซึ่งในขณะนั้นยังคงสภาพเป็นป่าดิบหนาทึบ ยังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ชุกชุม อาหารการขบฉันก็ค่อนข้างอัตคัด แต่องค์หลวงปู่มั่น ท่านได้อยู่บำเพ็ญเพียรอย่างเป็นปกติ พร้อมทั้งอบรมสั่งสอนชาวบ้าน ให้ตั้งอยู่ในพระรัตนตรัย เนื่องจากชาวบ้านต่างหวาดกลัว ต้องผจญกับสิ่งที่มองไม่เห็น ให้มีกำลังใจผ่านพ้นมาได้ พร้อมทั้งยังได้ให้การอบรม พระอาจารย์สุวรรณ สุจิณฺโณ หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ และ หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ อีกด้วย
การพำนัก ณ บ้านนาหมี มีเหตุการณ์สำคัญ โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
1) อาศัยอยู่ร่วมกันกับสัตว์ป่า
จากบันทึกประวัติ องค์หลวงปู่มั่น โดย หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ได้กล่าวถึงการพักอยู่ที่บ้านนาหมี ซึ่งขณะนั้นธรรมชาติยังคงความอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ชุกชุม โดยเฉพาะ "เสือ" ถึงแม้จะมีชาวบ้านเข้าไปอาศัย แต่เสือเหล่านี้ก็ยังอยู่กันเป็นปกติ บางครั้งยังเข้าไปถึงในถ้ำที่องค์หลวงปู่มั่น ขณะจำวัดอยู่ จนองค์หลวงปู่มั่น ต้องเตือนให้ผู้ที่เข้าไปนมัสการท่านในตอนนั้น ต้องระมัดระวังตัว ดังในบันทึกของ หลวงตาพระมหาบัว ได้กล่าวไว้ว่า
"... สมัยนั้นคนมีน้อยและสัตว์เสือก็ชุกชุมมาก ถ้ำและบริเวณที่ท่านพักอยู่ เสือโคร่งใหญ่ ซึ่งมีอยู่หลายตัวในแถวนั้นเคยเข้ามาบริเวณนั้นเสมอ ไม่เป็นที่ไว้ใจในชีวิตของผู้ไปเยี่ยมท่านและค้างคืนที่นั้น เวลาเขาไปเยี่ยม ท่านต้องสั่งให้ชาวบ้านหาไม้มาทำห้างสูง ๆ จนพ้นจากปากเสือที่จะกระโดดขึ้นไปถึงที่คนที่หลับนอนอยู่บนห้างนั้น .... เพราะแถวนั้นเสือชุมมากและดุร้ายด้วย
ผู้ที่ไปเยี่ยม ท่านไม่ให้พักอยู่หลายวัน ต้องรีบพากันกลับ เสือแถบนั้นไม่ค่อยกลัวคนนัก .... แม้ชาวบ้านก็พูดเหมือนกันว่า เสือพวกนี้ไม่ค่อยจะกลัวคนนัก...บางครั้งเวลากลางคืน ท่านกำลังเดินจงกรมอยู่ โดยจุดเทียนไขใส่โคมไฟแขวนไว้ที่ทางจงกรม ยังเห็นเสือโคร่งใหญ่เดินตามหลังฝูงควาย ที่พากันเดินผ่านมาที่พักท่านอย่างองอาจ ไม่กลัวท่านซึ่งกำลังเดินจงกรมอยู่บ้างเลย ฝูงควายที่ถูกเสือรบกวนมาก ต้องพากันกลับเข้าบ้าน เสือยังกล้าเดินตามหลังฝูงควายมาได้ต่อหน้าต่อตาพระซึ่งก็เป็นคนผู้หนึ่งที่นั้น ..." (ประวัติองค์หลวงปู่มั่น โดย หลวงตาพระมหาบัว พ.ศ. 2547 หน้า 125-126)
บางครั้งเสือยังเข้าไปถึงในบริเวณที่ องค์หลวงปู่มั่น จำวัดอยู่ เช้ามาท่านยังเห็นร่องรอยของเสือปรากฏอยู่ ดังคำบอกเล่าของ หลวงตาพระมหาบัว ได้กล่าวไว้ว่า
"... ท่าน (องค์หลวงปู่มั่น) เคยเล่าให้ฟังเสือชุมมาก อยู่บนถ้ำมันยังเข้าไปหา มันมาตามราวถ้ำมานี่ มาตามทางคนมา ตามทางเรามานี่ ถ้าเป็นหน้าผานี่ก็ขึ้นไม่ได้ มันมาทางนี้เข้ามานี่ ตื่นเช้าเห็นรอยมันอยู่กับแคร่ เป็นแคร่เล็ก ๆ รอยมันเข้ามาถึงนี่เลย โอ้โห!เสือมานี่ มันมาดมท่านโน่นน่ะ ดมในมุ้งนี่นา ดูซี! ..." (หลวงตาพระมหาบัว เอาจริงเอาจังหวังพ้นทุกข์ เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2522)

บริเวณใต้เพิงหินที่กล่าวกันว่า องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้เคยใช้ เป็นที่ฉันภัตตาหาร
เมื่อครั้งพำนัก บริเวณผาแดง อุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำตกยูงทอง อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี
(รูป โดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
2) อาหารอัตคัด
ความอัตคัด เป็นสมบัติของพระกรรมฐาน อันเนื่องจากได้มาจากในอดีตที่ยังคงสภาพเป็นป่าลึก ชาวบ้านยังคงอัตคัด บิณฑบาต ได้มาอย่างไรก็ต้องฉันไปตามมีตามได้ อีกทั้งชาวบ้านยังมีความเข้าใจผิด คิดว่าพระกรรมฐานฉันแต่ถั่วงา ท่านก็ฉันไปตามมีตามได้ ดั่งคำบอกเล่าของหลวงตาพระมหาบัว ได้กล่าวไว้ ดังนี้
"... ระลึกถึงพ่อแม่ครูจารย์มั่นเรา ท่านไปภาวนาอยู่ทางบ้านนาหมีนายูง ไปอยู่กับเขา เขาเข้าใจกันว่าพระธรรมกรรมฐานท่านฉันแต่ถั่วแต่งา ท่านไม่ฉันเนื้อฉันปลาอะไรๆ ทั้งนั้น ท่านฉันแต่ถั่วแต่งา นี่พ่อแม่ครูจารย์เล่าให้ฟังนะ คือเวลาพูดผ่านไปตรงนั้นท่านก็เล่า ทีนี้เมื่อเขาไม่มีถั่วมีงาเขาก็มีแต่ข้าวเปล่าๆ ให้ฉัน ท่านว่า ก็ฉันแต่ข้าวเปล่าๆ ไปอย่างนั้น เขาไม่มีถั่วมีงา น่าฟังนะ คือท่านพูดไปเฉยๆ เวลาเรื่องผ่านไปท่านก็พูดไป เราผู้ที่ฟังอยู่ข้างหลังทุกอย่างมันเข้าในหัวใจนี้หมด ท่านพูดอย่างสบายๆ ..." (หลวงตาพระมหาบัว เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2551)

บริเวณใต้เพิงหินที่กล่าวกันว่า องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้เคยใช้ เป็นที่ฉันภัตตาหาร
เมื่อครั้งพำนัก บริเวณผาแดง อุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำตกยูงทอง อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี
(รูป โดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
3) สั่งสอนให้มั่นคงในพระรัตนตรัย
กล่าวกันว่า ชาวบ้านในท้องถิ่นบ้านนาหมี ต้องผจญกับสิ่งที่มองไม่เห็น ทำให้อยู่กันไม่เป็นปกติสุข องค์หลวงปู่มั่น ได้อบรมชาวบ้าน ให้ตั้งอยู่ในพระรัตนตรัย ถือศีลไหว้พระสวดมนต์ จนผ่านพ้นการรบกวนของสิ่งที่มองไม่เห็นมาได้ แต่เมื่อองค์หลวงปู่มั่นจากบ้านนาหมีไประยะหนึ่ง ชาวบ้านได้ละทิ้งสิ่งที่องค์หลวงปู่มั่น ได้อบรมสั่งสอนไว้ สิ่งที่มองไม่เห็นนั้นก็ได้กลับมารบกวนอีก จนชาวบ้านต้องย้ายออกไป ปรากฏในบันทึกประวัติ องค์หลวงปู่มั่น โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ได้กล่าวไว้ ดังนี้
"... ในภูเขาลูกนั้นมีผีตีนเดียวอยู่ตัวหนึ่ง ผีตัวนั้นมันได้เข้าไปอาละวาดพวกชาวบ้านอยู่บ่อย ๆ คือมันทำให้คนเจ็บไข้ได้ป่วยบ้าง ถึงให้ตายบ้าง บางครั้งเอาไฟไปเผาบ้านของเขาบ้าง ขว้างค้อน ปาไม้ใส่คนใส่สัตว์เลี้ยงบ้าง เวลามันจะเข้าไปประทุษร้ายคนในบ้านนั้น ได้แสดงกิริยาอาการไม่ผิดอะไรกับคนธรรมดา ต่างแต่ไม่เห็นตัวมันเท่านั้น เสียงมันเดินได้ยิน รอยเท้าก็เห็น แต่ใหญ่และยาวกว่ารอยเท้าของคนธรรมดา เศษบุหรี่ของมันก็ได้เห็น ท่อนไม้ที่มันเอาขว้างไม่หมดก็เห็นทิ้งไว้เป็นกองๆ
เมื่อชาวบ้านพร้อมกันเข้าไล่ มันก็วิ่งหนีไป พอสงบคนหน่อยมันก็เข้ามาทำการอาละวาดต่อไปอีก บางคืนพวกชาวบ้านไม่ได้นอนเพราะมันอาละวาดไม่หนี แม้การไปนอนค้างคืนในป่า บางคนเพื่อเฝ้าไร่เฝ้านา หรือด้วยกิจอย่างอื่นก็ดี ย่อมไม่ได้รับความผาสุกเลยเลย ถูกแต่เจ้าผีตัวนี้มันรบกวนอยู่เสมอ
ครั้งท่านอาจารย์มั่นฯ ไปพักอยู่ที่นั้น พวกชาวบ้านได้เข้าไปร้องทุกข์ต่อท่าน ขอให้ท่านได้เมตตาแก่เขามาก ๆ เมื่อพระคุณท่านจะมีวิธีใดพอจะเปลื้องทุกข์นี้ออกได้ เขามีความยินดีที่จะปฏิบัติตามทุกอย่าง เมื่อท่านอาจารย์มั่น ฯ ได้ทราบถึงความทุกข์เดือดร้อนของชาวบ้านอย่างนั้นแล้ว ท่านก็ได้พยายามเจริญเมตตาฌานอย่างมาก พร้อมทั้งแนะนำให้พระที่ติดตามมาช่วยกันเจริญเมตตาฌาน และได้แนะนำชาวบ้านโดยธรรมเบื้องต้นคือ ให้ชาวบ้านมาปฏิญาณตนถึงพระไตรสรณคมน์เป็นอุบาสกอุบาสิกาและให้รักษาศีล ๕ กรรมบถ 10 ทั้งสอนให้ไหว้พระสวดมนต์ บำเพ็ญกัมมัฏฐานภาวนาเจริญเมตตาภาวนาเป็นประจำทุกวัน
นับแต่นั้นมา เมื่อท่านได้พักอยู่ที่นั้น ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นแก่ชาวบ้านนั้นก็ได้สงบระงับไป
เมื่อท่านได้ออกไปจากสถานที่นั้นแล้ว ภัยพิบัติเหล่านั้นก็สงบอยู่เย็นเป็นสุขกันตลอด 10 ปี ต่อมาคนเก่าที่สำคัญก็ตายไปบ้าง ทั้งไม่เคยมีผีตัวนั้นมาอาละวาดบ้าง ทั้งไม่เชื่อว่าจะเป็นจริงบ้าง เลยพากันละเลยข้อวัตรปฏิบัติ ไหว้พระสวดมนต์เจริญเมตตาภาวนา ที่ท่านอาจารย์มั่นฯ ท่านได้แนะนำสั่งสอนไว้ ภายหลังปรากฏว่าผีตัวนั้นได้กลับเข้าไปทำการอาละวาดพวกชาวบ้านนั้นอีก ในครั้งนี้ถึงกับได้พากันอพยพครอบครัวหนีไปหมด เพราะฝืนอยู่ต่อไปไม่ได้เสียแล้ว จึงต้องได้ทอดทิ้งให้มันเป็นป่าตามสภาพเดิมของมันต่อไป..."(หลวงพ่อวิริยังค์ พ.ศ.2541 หน้าที่ 219-220)

ถาน (ห้องน้ำ) ที่กล่าวกันว่า องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้เคยใช้เมื่อครั้งพำนัก
บริเวณผาแดง อุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำตกยูงทอง อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี
(รูป โดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
4) แนะนำธรรมโอสถ แด่ พระอาจารย์สุวรรณ สุจิณฺโณ
พระอาจารย์สุวรรณ สุจิณฺโณ เป็นลูกศิษย์รุ่นแรกขององค์หลวงปู่มั่น ขณะนั้นได้ติดต่อองค์หลวงปู่มั่นมาบำเพ็ญเพียรด้วย แต่พระอาจารย์สุวรรณ อาพาธเป็นไข้มาเลเรียเรื้อรัง จนป่วงหย่อน (ม้ามย้อย คือม้ามโต) อันเป็นผลมาจากไข้มาเลเรียนั้นเอง องค์หลวงปู่มั่นได้แนะนำการปฏิบัติ เพื่อรักษาการอาพาธนั้น จนทุเลาลง จากบันทึกประวัติองค์หลวงปู่มั่น โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ได้กล่าวว่า
"... เมื่อบำเพ็ญจิตให้เกิดกระแส แต่ก่อนที่เราบำเพ็ญมาในเบื้องต้นนั้นเราทำจิตให้เกิดกำลังแล้ว จิตก็จะเกิดกระแส ๆ จิตนี้มีกำลังมากขึ้นจากการอบรม เราได้ใช้กระแสจิตนี้พิจารณากายทุกส่วนจนเกิดปัญญา เมื่อเกิดปัญญาแล้วอบรมให้มากก็เป็นผล คือจิตดำเนินเข้าสู่อริยสัจ เมื่อเราจะนำมาเป็นประโยชน์แก่การรักษาโรคของตัวของเรา เราก็พึงใช้กระแสจิตนี้เพ่งเข้าที่เกิดโรค เราเป็นโรคอะไรที่ไหน ต้องพิจารณาให้เห็นสมุฏฐานของมันเสียก่อน ว่าตำแหน่งที่เกิดโรคอยู่ตรงไหน เมื่อทราบชัดแล้วก็ใช้กระแสจิตเพ่งเข้าไป การเพ่งเข้าไปในที่นี้ก็เหมือนกับเราพิจารณากายเหมือนกัน ต่างแต่การกำหนดแก้โรคนี้ต้องกำหนดลงจุดเดียว ณ ที่สมุฏฐานของโรคนั้น
ท่านอาจารย์สุวรรณได้อุบายนี้แล้ว ก็ได้ไปดำเนินจิตอยู่อย่างนั้นองค์เดียวที่เปลี่ยวแห่งหนึ่ง กำหนดลงครั้งแรกได้เห็นสมุฏฐานการเกิดของโรคคือ "ม้าม" ท่านได้กำหนดลงจุดเดียวด้วยอำนาจแห่งกระแสจิต อันเป็นแสงคมกล้า เพียงสามวันเท่านั้นก็ปรากฏชัดขึ้นในจิต ครั้นแล้วก็หายจากม้ามหย่อนนั้นฉับพลัน ท่านคลำดูอยู่ทุกวัน แต่กาลก่อนม้ามนี้ได้ยานลงมาประมาณฝ่ามือหนึ่ง บัดนี้ได้หดเข้าอยู่เท่าเดิม ตั้งแต่นั้นมาไข้ป่ามาเลเรียก็หยุดจับ ร่างแข็งแรงเป็นปรกติ อย่างน่าอัศจรรย์ ท่านได้เอาไปเล่าถวายท่านอาจารย์มั่น ฯ ๆ ก็รับรอง..." (ประวัติองค์หลวงปู่มั่น โดย หลวงพ่อวิริยังค์ พ.ศ.2541 หน้า 220-221)
บ่อน้ำที่กล่าวกันว่า องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้ใช้เคยใช้ เมื่อครั้งพำนัก
บริเวณ อุทยานแห่งชาตินายูง อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี
(รูป โดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
5) สอนธรรม หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ
เมื่อครั้งที่ หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ได้มากราบศึกษาธรรมะกับองค์หลวงปู่มั่น ครั้งแรกในปี พ.ศ.2466 ณ เสนาสนะป่าบ้านค้อ ต่อมาองค์หลวงปู่มั่น ได้มาวิเวกยังบ้านนาหมี ซึ่งหลวงปู่อ่อน ได้ติดตามมาในภายหลังแต่ไม่ทันกัน เมื่อมาถึงหลวงปู่อ่อน ต้องพบกับความหวาดกลัว เนื่องจากต้องผจญกับเสือ ซึ่งองค์หลวงปู่มั่นได้เมตตามาเยี่ยมและให้กำลังใจ และองค์หลวงปู่มั่น ยังได้นำอาหารป่าบ้านนาหมี ไปสงเคราะห์โยมแม่จันทร์ แก่นแก้ว มารดาของท่านด้วย โดยหลวงปู่อ่อนได้บันทึกในอัตโนประวัติถึงคำกล่าวขององค์หลวงปู่มั่นไว้ว่า
"ผมไปส่งของส่งอาหารแม่ออกผมแล้ว พักอยู่พอหายเหนื่อยสมควรแล้ว ถ้าผมไม่มีขัดข้องจำเป็นอะไรอีกแล้ว ผมก็จะกลับมาวิเวกอยู่ในดงกับท่านเร็วดอก" ( อัตโนประวัติ หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ)

ทิวทัศน์บริเวณผาแดง จากบริเวณถ้ำที่กล่าวกันว่า องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
ได้เคยพำนัก บริเวณ อุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำตกยูงทอง อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี
(รูป โดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
6) เมตตาสอนธรรม หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
ตามบันทึกประวัติของ หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ได้กล่าวไว้ว่า หลวงปู่แหวน ได้มีโอกาสศึกษาธรรม กับองค์หลวงปู่มั่น ณ นาหมีนายูง โดยในบันทึกได้กล่าวถึงลักษณะการสอนขององค์หลวงปู่มั่น ที่ถ่ายทอดแด่ หลวงปู่แหวน โดยกล่าวไว้ว่า
"หลวงปู่มั่นนั้นเวลาแนะนำสั่งสอนศิษย์ ท่านไม่ค่อยอธิบายธรรมะให้พิสดารนัก หลวงปู่มั่น ท่านให้เหตุผลว่า ถ้าอธิบายไปมาก ผู้ปฏิบัติมักไปติดคำพูด กลายเป็นสัญญา ต้องปฏิบัติให้รู้ ให้เกิดแก่จิตใจของตนเอง จึงจะรู้ได้ว่า คำว่า ทุกข์ นั้นเป็นอย่างไร คำว่า สุข นั้นเป็นอย่างไร คำว่าพุทธะ ธรรมะ สังฆะ นั้นมีความหมายเป็นอย่างไร สมาธิอย่างหยาบเป็นอย่างไร สมาธิอย่างละเอียดเป็นอย่างไร ปัญญาที่เกิดจากสัญญาเป็นอย่างไร ปัญญาที่เกิดจากการภาวนาเป็นอย่างไร
เหล่านี้ผู้ปฏิบัติต้องทำให้เกิด ให้มีขึ้นในตน จึงจะรู้ ถ้ามัวถือเอาแต่คำอธิบายของครูอาจารย์แล้ว จิตก็จะคิดอยู่ในสัญญา ไม่ก้าวหน้า ในการภาวนา เพราะเหตุนั้น หลวงปู่มั่น จึงไม่อธิบายให้พิสดารมากมาย ท่านเพียงแนะให้รู้ทาง แล้วต้อง ทำเอง เมื่อเกิดความขัดข้องจึงมารับคำแนะนำอีกครั้งหนึ่ง การปฏิบัติเช่นนี้ เป็นผลดี แก่ศิษย์ผู้มุ่งปฏิบัติเพื่ออรรถ เพื่อธรรมอย่างแท้จริง" (ประวัติ หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ โดย วัดสัมพันธวงศ์ มปพ.)
ในปัจจุบัน พื้นที่บ้านนาหมี บ้านนายูง ปัจจุบันมีสถานที่ที่ยังเป็นอนุสรณ์ถึงองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้จาริกมา 2 แห่ง คือ
บริเวณที่เคยเป็นที่พำนัก ขององค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
ภายใน วัดป่าโนนสว่าง อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี
(รูปจากฐานข้อมูล แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)
1) วัดป่าโนนสว่าง กล่าวกันว่าในอดีต คือที่ตั้งของบ้านนาหมี ซึ่งภายหลังชาวบ้านได้อพยพออกไป ปัจจุบันยังคงปรากฏบริเวณที่เป็นที่ตั้งของกุฏิ องค์หลวงปู่มั่น อยู่ในบริเวณวัด
2) อุทยานแห่งชาตินายูง ปัจจุบันยังปรากฏสถานที่ ที่เล่าสืบเนื่องกันว่า องค์หลวงปู่มั่น ได้เคยมีข้อวัตรเกี่ยวเนื่องกันมา ได้แก่ ถ้ำซึ่งเป็นที่อาศัยจำวัด มีลักษณะเป็นช่องหินแคบๆ ซ่อนตัวอยู่บริเวณหน้าผาแดง เพื่อที่จะสามารถนำหินมาปกปิดปากถ้ำ เพื่อป้องกันสัตว์ป่า บริเวณที่จำวัดจะเป็นที่สุดแห่งถ้ำ ซึ่งเป็นหน้าผา มีพื้นที่ราบเล็กน้อยสำหรับทำกิจวัตร ถ้าหากไม่ระวังจะตกหน้าผาทันที และมีถ้ำที่เป็นจุดที่ท่านเคยอาศัยอีกจุดหนึ่ง มีขนาดใหญ่กว่า มีทัศนียภาพที่งดงาม อีกถ้ำหนึ่งกล่าวกันว่าเป็นถ้ำที่ท่านใช้จำวัด นอกจากนี้ยังมีจุดที่กล่าวกันว่าเป็นถาน (ห้องน้ำ) และบ่อน้ำ ที่่ท่านเคยใช้ การเข้าชม ควรได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ แนะนำ
บริเวณบ้านนาหมี บ้านนายูง จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่หนึ่ง ที่สามารถรำลึกถึงการบำเพ็ญเพียรขององค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ของชนรุ่นหลังได้
แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น
อ้างอิง
1) ประวัติพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร โดย หลวงปู่มหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ พ.ศ. 2547
2) ประวัติองค์หลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ พ.ศ. 2541
3) หนังสือที่ะลึกในงานพระราชทานเพลิง พระญาณวิศิษฏ์ (พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม) โดย พระอริยคุณาธาร พ.ศ. 2505
4) ประวัติ หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ โดย วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ (มปพ.)
5) อัตโนประวัติ หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ (Online) http://www.dharma-gateway.com/.../lp-orn/lp-orn-hist-10.htm
ขอขอบคุณ โครงการท่องเที่ยวโดยชุมชน ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
แสดงความเห็น >>คลิ๊กที่นี่<<