ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ร่วมเดินไปยังสถานที่ที่เกี่ยวเนื่อง กับองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต พร้อมเรื่องราวความสำคัญ ศิษยานุศิษย์ที่เข้ามาฝากตัว เป็นสานุศิษย์ถักทอสู่ "กองทัพธรรมพระกรรมฐาน" โดยเว็บมาสเตอร์ www.luangpumun.org และสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ศิษยานุศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จากรายการ แฟนพันธุ์แท้ 2018

เมนูหลัก ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น คลิ๊ก

ย้ำรอยทางการปฏิบัติ
ณ บ้านหนองลาด อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร
ตามรอยธรรมองค์หลวงปู่มั่น ตอนที่ 19

บ้านหนองลาด อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร ปรากฏในบันทึกว่า องค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้จำพรรษาในปี พ.ศ.2465 และย้อนกลับมาพำนักอีกครั้ง ในช่วงออกพรรษาปี พ.ศ. 2468 กล่าวกันว่าเป็นช่วงที่พระสงฆ์พร้อมทั้งประชาชนตื่นตัวต่อคำสอนและออกปฏิบัติเป็นจำนวนมาก  อีกทั้งยังมีครูบาอาจารย์รูปสำคัญ คือ หลวงปู่เกิ่ง อธิมุตฺตโก และ หลวงปู่สีลา อิสฺสโร ได้เข้ามาศึกษาธรรมเป็นครั้งแรก จนเกิดความศรัทธาและพาหมู่คณะเข้าสู่วงศ์พระกรรมฐาน เป็นเหตุการณ์ที่แสดงถึงเกียรติคุณในการเผยแผ่ธรรมขององค์หลวงปู่มั่น ในยุคสมัยนั้น

โดยมีลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากบันทึกต่างๆ ดังนี้

1) จากบ้านห้วยทราย ได้เดินทางมาพร้อมกับองค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล มาจำพรรษาบ้านหนองลาด ในปี พ.ศ.2465 มีผู้ออกปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมาก

องค์หลวงปู่มั่น ภายหลังจากจำพรรษาที่บ้านห้วยทราย ในปี พ.ศ.2464 ออกพรรษาแล้ว ท่านได้เดินทางมายังหนองลาด พร้อมกับองค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ซึ่งในประวัติพระอาจารย์สิงห์ กล่าวถึงสถานที่ที่พระบูรพาจารย์ทั้ง 2 รูปจำพรรษานี้ว่า "วัดป่าวนาราม" จากบันทึกของหลวงพ่อวิริยัง สิรินฺธโร ได้กล่าวไว้ว่า

"ท่านอาจารย์เสาร์ ท่านพักอยู่ที่ถ้ำภูผากูดถึง 5 พรรษา ออกพรรษาแล้วไปพักจำพรรษาในเขตท้องถิ่นของอำเภอมุกดาหาร และกิ่งอำเภอคำชะอีไปๆ มาๆ เมื่อท่านอาจารย์มั่นฯ ออกจากบ้านห้วยทรายแล้ว ท่านต่างก็ได้ร่วมทางเดินธุดงค์ออกจากขึ้นไปทางเหนือขึ้นไปจนถึงบ้านหนองลาด ... พาหมู่คณะศิษย์ทำความเพียรเป็นระยะไป และได้ลูกศิษย์เพิ่มขึ้นตามระยะทาง ทั้งที่เป็นพระภิกษุสามเณรและเด็ก ... การไปตามแถวถิ่นนี้ ท่านจะแนะนำหมู่ชนให้ละจากการนับถือภูตผีปีศาจโดยความหลงผิดเป็นส่วนใหญ่...พร้อมทั้งปลูกศรัทธาในการเจริญกัมมัฏฐานภาวนาไปด้วย..." ( ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ 2541 หน้า 208)

พุทธศาสนิกชน เริ่มมีความตื่นตัวในการดำเนินตามองค์หลวงปู่มั่น จากบันทึกของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้กล่าวไว้ว่า

"ที่บ้านหนองลาด อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร มีพระเณรติดตามมาศึกษาปฏิบัติด้วยเป็นจำนวนมากมาย ประชาชนหญิงชายพากันตื่นเต้นมาก ประหนึ่งท่านผู้มีบุญมาเกิด แต่มิได้ตื่นเต้นแบบมงคลตื่นข่าว หากแต่ตื่นเต้นเพื่อละชั่วทำดี ละการนับถือผีไหว้เจ้า กราบพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์แทนเท่านั้น" (ประวัติพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร โดย หลวงปู่มหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ พ.ศ. 2547 หน้า 124)


เสนาสนะป่าบ้านหนองลาด ปัจจุบันคือ โรงเรียนบ้านหนองลาดวิทยาคาร
บ้านหนองลาด อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร
(รูป โดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)

2) วางรากฐานการปฏิบัติธรรมให้กับศิษยานุศิษย์

องค์หลวงปู่มั่น ได้วางรากฐานการปฏิบัติธรรมให้กับศิษยานุศิษย์ โดยเตือนสติให้พากเพียรอย่างจริงจัง เพื่อผลที่ได้รับนั้นสมจริงตามที่ปฏิบัติ และให้รักษาข้อวัตรปฏิบัติตามแนวทางที่ท่านพาดำเนิน ซึ่งมีที่มาจากนิมิต ที่หลวงพ่อวิริยัง ได้บันทึกไว้ ดังนี้

"ขณะนั้นเป็นเวลาเช้า เรา (องค์หลวงปู่มั่น) ได้พาพระภิกษุสามเณรเป็นจำนวนมาก เข้าไปบิณฑบาตในละแวกบ้าน ขณะนั้นก็ได้เกิดนิมิตในสมาธิเป็นที่น่าประหลาดใจขึ้น คือ พระภิกษุสามเณรที่ตามเรามาดี ๆ ก็เกิดมีพวกหนึ่งแซงซ้ายบ้าง ขวาบ้าง ขึ้นหน้าเราไป บางพวกก็เลยเดินออกไปนอกทางเสีย และก็มีอีกพวกหนึ่งที่เดินตามเราไป"

การนิมิตเช่นนี้ ท่านได้เล่าให้ศิษย์ของท่านฟังทุก ๆ องค์ พร้อมทั้งอธิบายว่า

ที่มีพวกภิกษุสามเณรแซงท่านขึ้นไปข้างหน้านั้น คือบางพวกจะพากันอวดตัวว่าเก่งว่าดีแล้ว ก็จะละจากข้อปฏิบัติที่เราได้พาดำเนิน ครั้นแล้วก็จะเกิดความเสื่อมเสีย ไม่ได้ผลตามที่เคยได้ผลมาแล้ว ซึ่งเขาเหล่านั้นก็จะมาอ้างเอาว่าเป็นศิษย์ของเรา แต่ที่ไหนได้พากันหลีกเลี่ยงการปฏิบัติต่างๆ ที่เรากำหนดให้ไว้ ที่สุดแม้แต่สิ่งเล็กๆ น้อย ๆ เช่นสีจีวรเป็นต้น การจะปฏิบัติเพื่อการพิจารณากายอันนับเนื่องด้วยอริยสัจธรรมก็ยิ่งห่างไกล

จำพวกหนึ่งเดินออกนอกทาง คือจำพวกนี้เพียงแต่ได้ยินกิตติศัพท์เราแล้ว ก็อ้างเอาว่าเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์มั่น ฯ บางทีจะยังไม่เคยเห็นหน้าเราเสียด้วยซ้ำ และก็หาได้รู้อุบายแยบคายในการปฏิบัติแต่อย่างใดไม่ หรือพวกที่เคยอยู่กับเรามา เมื่ออยู่กับเราก็คงเคร่งครัดเพราะกลัว แต่พอออกจากเราไปแล้ว ก็ไม่นำพาในข้อธรรมและการปฏิบัติของเรา เพียงแต่มีชื่อว่าเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์มั่น ฯ เท่านั้นแต่ไม่มีข้อปฏิบัติอันใดที่จะถือได้ว่าเป็นแนวทางเป็นตัวอย่างอันนำมาจากเราเลย

จำพวกหนึ่งที่เดินตามหลังเราไปนั้น จำพวกนี้เป็นผู้ดำเนินตามคำแนะนำของเราทั้งภายนอกและภายใน เป็นผู้ใคร่ต่อธรรม ต้องการพ้นทุกข์ในวัฏฏสงสาร พยายามศึกษาหาความรู้ทุก ๆ ประการที่มีความสนใจ ต่อหน้าหรือลับหลังก็เหมือนกัน รับข้อปฏิบัติแม้เล็กน้อยรักษาไว้ด้วยชีวิตจิตใจ เพราะจำพวกนี้ได้รับผลแห่งการปฏิบัติมากับเราแล้ว เกิดผลอันละเอียดอ่อนจากข้อวัตรปฏิบัติเหล่านี้ ก็เป็นที่แน่นอนว่าจะแปรผันเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้

พวกที่ออกนอกลู่นอกทางนั้นคือ เขาเหล่านั้นไม่ได้รับผลอย่างจริงจังจากการปฏิบัติอยู่กับเรา เพราะเหตุที่ไม่ได้ผลจริงนั้นเอง ทำให้เกิดความลังเลสงสัยไม่แน่ใจ แต่พวกที่เดินตามเราย่อมได้รับความเจริญ     (ประวัติองค์หลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ พ.ศ. 2541 หน้า 212)

สำหรับฆราวาส ท่านเน้นเรื่องความเชื่องมงาย จากบันทึกของหลวงพ่อวิริยังค์ ได้กล่าวไว้ว่า

... ทางฆราวาสท่านเน้นหนักการเชื่อถือ เพราะปรากฏว่าพุทธบริษัทบางจำพวกพากันไปนิยมนับถือในสิ่งที่ผิดเสียมาก เช่นนับถือภูตผีปีศาจ นับถือศาลเจ้าที่ นับถือการเข้าทรง นับถือเทพเจ้าต่างๆ นับถือศาลพระภูมิ นับถือต้นไม้ใหญ่ นับถืออารามเก่าแก่ ซึ่งการนับถือสิ่งเหล่านี้นั้น มันผิดจากคำสอนพระพุทธเจ้าโดยแท้ เป็นการนับถือที่งมงายมาก ผู้ที่เป็นพุทธบริษัทไม่ควรที่จะนับถือสิ่งเหล่านี้เลย ..... ภิกษุผู้เป็นชั้นหัวหน้าผู้ที่ได้รับการอบรมจากท่านอาจารย์มั่น ฯ แล้ว จะต้องรู้จักวิธีการแก้ไขผู้นับถือผิดเกี่ยวกับภูตผีปีศาจเป็นต้นได้ทุกองค์ ถ้าแก้สิ่งงมงายเหล่านี้ไม่เป็น หรือพลอยนับถือไปกับเขาเสียเลย ก็จะรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่ศิษย์ท่านอาจารย์มั่น ฯ แน่นอน .... (ประวัติองค์หลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ พ.ศ. 2541)

หนองน้ำ บริเวณบ้านหนองลาด อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร
(รูป โดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)

3) ตั้งวงศ์ธรรมยุตขึ้นในป่า ภายหลังได้ไปจำพรรษา จังหวัดหนองคาย

ในครั้งนั้น องค์หลวงปู่มั่น ได้ปรารภให้มีการอุปสมบทกุลบุตร ในการออกปฏิบัติ กล่าวกันว่าเป็นพิธีการครั้งสำคัญ จากบันทึกของหลวงปู่เทสก์ เทสรํสี และประวัติหลวงปู่สิงห์ ขนฺตฺยาคโม ได้กล่าวไว้ดังนี้

"... มีพระมหานิกายออกไปปฏิบัติตามไปเป็นอันมาก ทั้งที่เป็นตาปะขาวก็มากคนด้วยกัน เมื่อท่านจำพรรษาหนองลาด ท่านจึงปรารภที่จะอุปสมบทพระ ณ ที่นั้น ......" (หลวงปู่เทสก์ พ.ศ.2539 หน้า 180)

"ออกพรรษาแล้ว ได้อาราธนาพระครูอดิสัยคุณาธาร (อรโก คำ) เจ้าคณะจังหวัดเลย มาเป็นพระอุปัชฌาย์อุปสมบทกุลบุตรเป็นภิกษุ 18 รูป " (พระอริยคุณาธาร พ.ศ. 2505 หน้า 16)

"นับว่าเป็นการตั้งวงศ์ธรรมยุตขึ้นในป่าเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ เพราะในสมัยนั้นธรรมยุตไม่มีที่อุดรฯ สกลนครมีก็ยังไม่ได้แต่งตั้งเป็นอุปัชฌายะ นับว่าเป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ที่พระครูอดิสัยฯ เดินทางมาจากจังหวัดเลย มาคราวนี้คิดเป็นเวลาเดินทางตั้ง 8 คืน ในขณะนั้นถ้าคำนวณดูก็ประมาณ พ.ศ.2466"     (หลวงปู่เทสก์ พ.ศ.2539 หน้า 180)

ภายหลังจากนั้น "ได้จัดระเบียบเดินธุดงค์ไปเป็นหมู่ๆ ละ 7 องค์ ถึง 15 องค์และได้จาริกธุดงค์ไปทางจังหวัดอุดรธานี จนถึงจังหวัดหนองคาย" (พระอริยคุณาธาร พ.ศ. 2505 หน้า 16)

สำหรับองค์หลวงปู่เสาร์ ท่านยังจำพรรษาต่อเนื่อง เป็นเวลา 3 พรรษา คือในปี พ.ศ.2465-2467 (ธิดาวรรณ-พิศิษฐ์ ไสยสมบัติ พ.ศ.2546 หน้า 90)

บริเวณภายใน โรงเรียนบ้านหนองลาดวิทยาคาร
บ้านหนองลาด อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร
(รูป โดย แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)

4) หลวงปู่ดูลย์ มาศึกษาปฏิบัติ

ในระยะนี้ปรากฏว่ามีครูบาอาจารย์มาศึกษากับองค์หลวงปู่มั่น คือ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ภายหลังจากที่ท่านได้รับการอบรมจากองค์หลวงปู่มั่น และออกบำเพ็ญเพียรมาระยะหนึ่งแล้ว หลวงปู่ดูลย์ได้มากราบสนทนาธรรมกับองค์หลวงปู่มั่น ที่อำเภอวาริชภูมิ ซึ่งคลาดว่าน่าจะเป็นบ้านหนองลาด ภายหลังหลวงปู่ดูลย์ ได้เดินทางกลับสุรินทร์ โดยยังได้ช่วยหลวงปู่สิงห์ ในการโน้มน้าว พระอาจารย์มหาปิ่น ปญฺญาพโล ที่วัดสุทัศนาราม จ.อุบลราชธานี ในการออกปฏิบัติ ในบันทึกประวัติได้กล่าวถึงการนมัสการหลวงปู่มั่นในครั้งนั้นไว้ว่า

"การพบกับพระอาจารย์ใหญ่ในครั้งนี้ ไม่ปรากฏว่ามีการกราบเรียนถึงผลการปฏิบัติ หรือมีข้อแนะนำจากพระอาจารย์ใหญ่เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติต่อไปอีกอันใด หากแต่เน้นหนักในเรื่องสนทนาธรรมในเรื่องลึกๆ และเป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตล้วนๆ อันยังผลให้เกิดความอาจหาญร่าเริงในธรรมปฏิบัติแต่อย่างเดียว" (อตุโลไม่มีใดเทียม หน้า 53)

5) ย้อนกลับมาพำนักอีกครั้งในปี พ.ศ.2468 เมตตา หลวงปู่เกิ่ง หลวงปู่สีลา

ลำต่อมาองค์หลวงปู่มั่น ได้จำพรรษา ตามลำดับ ดังนี้ พ.ศ. 2466 จำพรรษา วัดมหาชัย อ.เมือง    จ.หนองบัวลำภู พ.ศ. 2467 จำพรรษา วัดป่าสาระวารี และในปี พ.ศ. 2468 จำพรรษาวัดอรัญญาวาสี       อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย

ภายหลังจากออกพรรษาใน พ.ศ. 2468 นี้เอง ท่านได้กลับมาพำนักยังบ้านหนองลาดอีกครั้ง ในครั้งนี้ หลวงปู่เกิ่ง อธิมุตฺตโก และ หลวงปู่สีลา อิสฺสโร ได้เข้ามาศึกษาธรรมะ โดยหลวงพ่อวิริยังค์ ได้บันทึกเหตุการณ์ในครั้งนั้นไว้ดังนี้

เมื่อได้ ไต่ถามอรรถปัญหาธรรมต่าง ๆ ท่านอาจารย์เกิ่ง และคณะก็เกิดความอัศจรรย์ ในการโต้ตอบอรรถปัญหาของท่านอาจารย์มั่น ฯ เพราะแต่ละคำที่ได้รับคำตอบตรงใจจริงๆ ตอนหนึ่งท่านอาจารย์เกิ่งได้ถามว่า

"ท่านปฏิบัติจิตกัมมัฏฐานเพื่ออะไร"

ได้รับคำตอบว่า "เพื่อความบริสุทธิ์"

ท่านอาจารย์เกิ่งถามว่า "ความบริสุทธิ์เกิดจากอะไร"

ได้รับคำตอบว่า "เกิดจาก อริยสัจจธรรม"

ท่านอาจารย์เกิ่ง ถามว่า "สัจจธรรมอยู่ที่ไหน"

ได้รับคำตอบว่า "อยู่ที่ตัวของคนทุกคน"

ถามว่า "อยู่ในตัวของทุกๆ คน ทำไมทุกคนจึงไม่บริสุทธิ์"

ตอบว่า "เพราะเขาไม่รู้วิธีการ"

ถามว่า "ทำไมจึงจะต้องมีวิธีการ"

ตอบว่า "เหมือนกับทรัพยากรพวกแร่ธาตุต่างๆ อยู่ใต้ดิน คนไม่มีวิธีการ ก็เอาแร่ธาตุทรัพยากรเหล่านั้นมาใช้ไม่ได้ แร่ธาตุจะมีประโยชน์ต่อมนุษย์ ก็ต่อเมื่อมนุษย์มีวิธีการนำขุด นำเอามาใช้ให้ถูกต้องตามวิธีการ แม้อริยสัจจธรรมก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าจะอยู่ในตัวเราเอง ก็จะต้องมีวิธีการที่ถูกต้อง จึงจะบังเกิดเป็นอริยสัจจได้"

เท่านั้นเองท่านอุปัชฌาย์เกิ่ง อธิมุตฺตโก ก็เลื่อมใส และเข้ามาขอปฏิบัติอยู่กับท่านอาจารย์มั่นฯ จนเกิดความเย็นใจเป็นอย่างยิ่ง ได้ขอมอบตัวเป็นศิษย์พระอาจารย์มั่น ฯ พร้อมใจกันกับศิษย์เพราะได้ปฏิบัติจิตกันทั้งศิษย์อาจารย์ ยอมสละบวชทำทัฬหิกรรมใหม่ เป็นพระธรรมยุตทั้งวัด...ระยะนี้เอง ทำให้ชื่อเสียงของท่านอาจารย์มั่น ฯ ได้กระฉ่อนไปว่า หากใครอยากพ้นทุกข์ ต้องการความบริสุทธิ์ต้องการของจริงในพระพุทธศาสนาแก้ว จงได้พยายามติดตามและปฏิบัติกับท่าน จะได้รับผลอย่างแท้จริง (ประวัติองค์หลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ 2541 หน้า 222-224)

องค์หลวงปู่มั่น ได้ไปยัง บ้านสามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พอเดือน 7 ปี พ.ศ. 2469          พระอาจารย์ฝั้นได้เข้าร่วมทำญัตติกรรมพระอาจารย์เกิ่ง อธิมุตฺตโก และพระอาจารย์สีลา อิสฺสโร พร้อมทั้งพระภิกษุที่เป็นศิษย์ของท่านทั้งสองอีกประมาณ 20 องค์ อีกด้วย ในจำนวนพระภิกษุที่มาทำการญัตติ มีพระอาจารย์สิม พุทฺธาจาโร ซึ่งครั้งนั้นยังเป็นสามเณรรวมอยู่ด้วยรูปหนึ่ง ที่อุทกุกเขปสีมา (โบสถ์น้ำ) หนองสามผง (หนังสืออนุสรณ์ พระอาจารย์ฝั้น พ.ศ.2520 หน้า 41-44)


วัดป่าราษฎณ์สามัคคี
บ้านหนองลาด อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร
(รูปจากฐานข้อมูล แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น)

6) บ้านหนองลาดในปัจจุบัน

ในระยะที่องค์หลวงปู่มั่น มิได้พำนักยังหนองลาด ยังปรากฏครูบาอาจารย์มาจำพรรษา กล่าวคือ

องค์หลวงปู่เสาร์ ท่านยังจำพรรษาต่อเนื่อง เป็นเวลา 3 พรรษา คือในปี พ.ศ. 2465-2467 โดยจำพรรษาร่วมกับองค์หลวงปู่มั่น ในปี พ.ศ. 2465 (ธิดาวรรณ-พิศิษฐ์ ไสยสมบัติ พ.ศ. 2546 หน้า 90)

หลวงปู่สิงห์ ขนฺตฺยาคโม มาจำพรรษาในปี พ.ศ. 2468 (พระอริยคุณาธาร พ.ศ. 2505 หน้า 18)

ปัจจุบันพื้นที่ที่องค์หลวงปู่มั่นได้จำพรรษา มิได้เป็นที่พักสงฆ์เนื่องจากมีการย้ายพื้นที่ออกไป ปัจจุบันเป็นโรงเรียนบ้านหนองลาดวิทยาคาร จากบันทึกประวัติ หลวงปู่เสาร์ ได้กล่าวถึงสภาพในปัจจุบันไว้ว่า

"ต่อมาที่ตรงนั้นก็เป็นวัด เรียกว่า วัดป่าหนองบาก ต่อมาเมื่อการศึกษาเข้าถึง ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันย้ายวัดไปสร้างใหม่ที่ป่าถัดไปทางทิศเหนือราว 2 กม. ให้ชื่อว่าวัดป่าราษฎร์สามัคคี ...ส่วนบริเวณที่วัดเดิมนั้น ก็สร้างเป็นโรงเรียนประชาบาล ชื่อว่า โรงเรียนบ้านหนองลาดวิทยาคาร สืบต่อมาจนบัดนี้" (ธิดาวรรณ-พิศิษฐ์ ไสยสมบัติ พ.ศ.2546 หน้า 90)

แฟนพันธุ์แท้ศิษย์หลวงปู่มั่น

อ้างอิง

1) ประวัติพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร โดย หลวงปู่มหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ พ.ศ. 2547

2) ประวัติองค์หลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ พ.ศ. 2541

3) หนังสือที่ะลึกในงานพระราชทานเพลิง พระญาณวิศิษฏ์ (พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม) โดย พระอริยคุณาธาร พ.ศ. 2505

4) อัตตโนประวัติ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ลายมือหนังสือธรรมของ พระอาจารย์ฝั้ง อาจาโร วงศ์ธรรมยุติในภาคอีสาน โดย หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี พ.ศ.2539

5) หนังสืออนุสรณ์ พระอาจารย์ฝั้น พ.ศ.2520

6) ตามรอยธุดงควัตร พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล โดย ธิดาวรรณ-พิศิษฐ์ ไสยสมบัติ พ.ศ. 2546

7) อตุโลไม่มีใดเทียม ประวัติหลวงปู่ดูลย์ อตุโล พ.ศ.2539

แสดงความเห็น  >>คลิ๊กที่นี่<<

< ตอนก่อนหน้า : ตอนต่อไป >